xs
xsm
sm
md
lg

อาเซียน-ออสซี่-กีวีอัปเกรดเอฟทีเอ เพิ่มการเปิดเสรีสู้ความท้าทายเศรษฐกิจโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยอาเซียน-ออสซี่-กีวีถกอัปเกรดเอฟทีเอระหว่างสมาชิก 12 ประเทศ หวังช่วยต่อสู้กับความท้าทายของเศรษฐกิจโลก มุ่งให้มีกฎเกณฑ์ที่ทันสมัย มีระดับการเปิดตลาดที่สูงขึ้น ตั้งเป้าเริ่มคุย เม.ย. 63 ระบุหากอัปเกรดสำเร็จจะกลายเป็นความตกลงที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจาก RCEP

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA - JC) ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 27 เม.ย.-4 พ.ค. 2562 ณ เมืองเมลเบิร์น ออสเตรเลีย ว่า สมาชิกทั้ง 12 ประเทศได้หารือเพื่อเตรียมแผนการยกระดับความตกลงเอฟทีเอให้มีกฎเกณฑ์ที่ทันสมัย มีระดับข้อผูกพันเปิดตลาดที่สูงขึ้น ภายหลังจากมีผลบังคับใช้มาแล้วเกือบ 10 ปี โดยต้องการให้มีมาตรฐานสูงเทียบเท่ากับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ระหว่างอาเซียน และ 6 คู่เจรจา คือ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพื่อให้เป็นเครื่องมือส่งเสริมการค้าและการลงทุน ทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคแข็งแกร่ง ท่ามกลางความตึงเครียดและการปกป้องทางการค้าจากประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่

“ได้ตั้งเป้าหมายเริ่มพูดคุยเพื่ออัปเกรดความตกลงในเดือน เม.ย. 2563 โดยสมาชิกทั้ง 12 ประเทศยังคงให้ความสำคัญต่อ RCEP เป็นอันดับแรก แต่หากเรื่องใดเจรจาใน RCEP จบแล้ว สมาชิก AANZFTA ก็อาจเอาเรื่องนั้นมาคุยเพื่ออัปเกรดกันก่อน ซึ่งประเด็นที่จะอัปเกรดจะมีทั้งการเปิดตลาดการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การแข่งขัน เป็นต้น”

นายรณรงค์กล่าวว่า การที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่เปิดเสรีอย่างมาก และมีมาตรฐานการเปิดตลาดสูง อาจทำให้อาเซียนต้องปรับตัวเองให้พร้อมรองรับ แต่อาเซียนได้หารือกันแล้วว่าการเปิดเสรีหรือการเจรจาในเรื่องต่างๆ ภายใต้ AANZFTA จะไม่เกินไปกว่าระดับการเปิดเสรีของอาเซียนใน RCEP และจะไม่ทำให้ไทยต้องแก้ไขกฎหมายใดๆ เพื่อรองรับการเปิดเสรีมากกว่าที่กฎหมายในปัจจุบันได้กำหนดไว้

สำหรับเรื่องที่จะมีการยกระดับมาตรฐานและกฎเกณฑ์ต่างๆ เช่น ปรับปรุงกฎถิ่นกำเนิดสินค้าให้เอื้อประโยชน์ต่อการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการนำเข้าและการส่งออกของสมาชิก ด้านการค้าบริการและการลงทุน จะปรับปรุงกฎเกณฑ์และข้อผูกพันเปิดตลาดบริการให้ทันสมัยและมาตรฐานสูง โดยเฉพาะบริการทางการเงินและบริการโทรคมนาคม สำหรับการลงทุนให้ครอบคลุมถึงเรื่องความคุ้มครองการลงทุน ส่วนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ จะเน้นเรื่องความโปร่งใสในการกำกับดูแลกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จะให้มีการปกป้องคุ้มครองข้อมูลและผู้บริโภคออนไลน์ การรับรองและการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

ทั้งนี้ หากสมาชิก 12 ประเทศยกระดับ AANZFTA ได้แล้ว จะทำให้ความตกลงนี้กลายเป็นความตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกรองจาก RCEP


กำลังโหลดความคิดเห็น...