xs
xsm
sm
md
lg

นับถอยหลัง FTA อาเซียน-ฮ่องกง แนะธุรกิจเตรียมใช้ประโยชน์ มิ.ย.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยความตกลงการค้าเสรี และความตกลงว่าด้วยการลงทุน ระหว่างอาเซียน-ฮ่องกง จะมีผลบังคับใช้ในเดือน มิ.ย.นี้ หลังสมาชิกยืนยันความพร้อม แนะผู้ประกอบการไทยเตรียมตัวใช้ประโยชน์ในการขยายการค้า การค้าบริการและการลงทุน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง (ASEAN-Hong Kong Free Trade Agreement : AHKFTA) และความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างอาเซียน-ฮ่องกง (ASEAN-Hong Kong Investment Agreement : AHKIA) กำลังจะมีผลบังคับใช้แล้ว หลังจากที่ความตกลง AHKFTA มีฮ่องกง พม่า สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม แจ้งความพร้อมที่จะใช้ความตกลงแล้ว โดยจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 11 มิ.ย. 2562 และความตกลง AHKIA มีฮ่องกง สปป.ลาว พม่า สิงคโปร์ และไทย แจ้งความพร้อมในการใช้แล้วจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 17 มิ.ย.2562 ผู้ประกอบการไทย จะต้องเตรียมความพร้อมและเตรียมการใช้ประโยชน์จากความตกลงทั้ง 2 ฉบับ เพื่อสร้างโอกาสในการขยายการค้า การค้าบริการ และการลงทุน ของไทยเข้าสู่ตลาดฮ่องกง

ทั้งนี้ ความตกลงดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย โดยในด้านการค้าสินค้า อาเซียนจะได้ประโยชน์จากการที่ฮ่องกงตกลงว่าในอนาคตจะไม่ขึ้นภาษีสินค้า ซึ่งปัจจุบันฮ่องกงเก็บภาษีอัตรา 0% ทุกรายการภายใต้ AHKFTA ส่วนฮ่องกงจะได้ประโยชน์จากการที่อาเซียนลดภาษีศุลกากรให้สินค้านำเข้าจากฮ่องกงในอัตราภาษีที่ต่ำลง

ในด้านการค้าบริการ ฮ่องกงได้เปิดตลาดภาคบริการให้อาเซียนมากกว่าที่ผูกพันภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) โดยเฉพาะการเปิดตลาดการค้าบริการเพิ่มเติมตามที่ไทยเรียกร้องในสาขาบริการด้านการผลิตเนื้อหารายการแก่ผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ โดยไทยสามารถถือหุ้นได้ 100% แบบไม่มีเงื่อนไข ซึ่งผู้ประกอบการไทยที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาดังกล่าวจะสามารถเข้าไปดำเนินธุรกิจได้อย่างครบวงจรในฮ่องกง

ส่วนในด้านการลงทุน ความตกลง AHKIA จะให้การคุ้มครองการลงทุน หลังจากที่ได้เข้ามาจัดตั้งธุรกิจ และการอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนของอาเซียนและฮ่องกง เช่น มีกระบวนการยื่นขออนุมัติการลงทุนที่สะดวกขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการไทยได้รับความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านกฎระเบียบของฮ่องกงมากขึ้น และยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนฮ่องกงที่มาลงทุนในไทยและนักลงทุนไทยที่ไปลงทุนในฮ่องกงอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ได้จัดงานสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับความตกลง AHKFTA และ AHKIA เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการที่สนใจจะทำธุรกิจกับฮ่องกง โดยเป็นกิจกรรมคู่ขนานในโอกาสที่นางแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงเดินทางเยือนไทย เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำประเทศไทย (HKETO) ซึ่งจะทำหน้าที่ส่งเสริมกิจกรรมทางการค้า การลงทุน และช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าให้กับทั้งนักธุรกิจฮ่องกงในไทย รวมทั้งนักธุรกิจไทยที่จะไปทำธุรกิจในฮ่องกง

โดยผลการหารือในครั้งนี้ ได้ข้อสรุปว่าฮ่องกงจะเป็นประตูการค้าเชื่อมโยงไทยไปสู่ตลาดจีนและภูมิภาคอื่นทั่วโลก เนื่องจากฮ่องกงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางการค้าและมีบทบาทสำคัญในแผนพัฒนากวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area: GBA) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการยุทธศาสตร์ภายใต้ข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ของจีน ขณะเดียวกัน HKETO จะช่วยเสริมบทบาทนำของไทยในการเป็นประตูการค้าและการลงทุนของอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV

ปัจจุบัน ฮ่องกงเป็นคู่ค้าอันดับ 9 ของไทย ในปี 2561 การค้าระหว่างไทยกับฮ่องกงมีมูลค่า 15,473.24 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.74% สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปฮ่องกง ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ข้าว ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง สินค้านำเข้าจากฮ่องกง ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ อัญมณีและเครื่องประดับ ผ้าผืน เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ เคมีภัณฑ์และเสื้อผ้าสำเร็จรูป ด้านการลงทุน ในปี 2561 นักลงทุนฮ่องกงได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นอันดับที่ 5 จำนวน 44 โครงการคิดเป็นมูลค่า 20,321 ล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น...