xs
xsm
sm
md
lg

บัญชีแหล่งน้ำ-บัญชีผู้ใช้น้ำ ฐานข้อมูลบริหารจัดการน้ำของประเทศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ฐานข้อมูลแหล่งน้ำเท่าที่ประกาศมาโดยตลอด มีเพียงฐานข้อมูลแหล่งน้ำของกรมชลประทานเพียงเจ้าเดียว และเมื่อพูดถึงการบริหารจัดการน้ำก็จะเป็นการบริหารจัดการน้ำโดยกรมชลประทานเพียงหน่วยเดียว
ทั้งที่แหล่งน้ำในประเทศนั้นมีจำนวนมากมายกว่าที่เห็น มีความจุน้ำรวมกันมากกว่าเพียงความจุ 70,000 ล้านลูกบาศก์เมตรของกรมชลประทานเท่านั้น มีบทบาทมากกว่าที่ควรจะเป็นในการบริหารจัดการน้ำอย่างจริงจัง

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า สทนช. และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือจิสด้า ร่วมกันจัดทำ “บัญชีแหล่งน้ำ” ของประเทศ โดยมีการแยกประเภทแหล่งน้ำใหม่ โดยยึดตามขนาดความจุเพียงอย่างเดียว จากเดิมที่มีนิยามหลากหลาย

แหล่งน้ำขนาดใหญ่ ความจุ 100 ล้านลูกบาศก์เมตรขึ้นไป จำนวน 38 แห่ง ความจุรวม 71,421 ล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบด้วยแหล่งน้ำภายใต้ความรับผิดชอบของกรมชลประทาน 25 แห่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 11 แห่ง และแหล่งน้ำสาธารณะภายใต้กรมประมง 2 แห่ง ได้แก่ บึงบอระเพ็ด และหนองหาร

แหล่งน้ำขนาดกลาง ความจุ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร-100 ล้านลูกบาศก์เมตร จำนวน 662 แห่ง ความจุรวม 5,884 ล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบด้วยกรมชลประทาน 347 แห่ง กฟผ. 3 แห่ง กรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ 6 แห่ง กรมทรัพยากรน้ำ 65 แห่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 29 แห่ง กรมประมง 1 แห่ง กรมเจ้าท่า 1 แห่ง และแหล่งน้ำธรรมชาติ 50 แห่ง และยังมีแหล่งน้ำรอการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติม 160 แห่ง

แหล่งน้ำขนาดเล็ก ความจุน้อยกว่า 2 ล้านลูกบาศก์เมตร มีจำนวน 142,304 แห่ง ความจุรวม 5,100 ล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบด้วย กรมชลประทาน 975 แห่ง กรมทรัพยากรน้ำ 387 แห่ง กรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ 1 แห่ง การประปาส่วนภูมิภาค 75 แห่ง กรมพัฒนาที่ดิน 4,015 แห่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1,825 แห่ง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 105 แห่ง กฟผ. 2 แห่ง รอข้อมูลยืนยันอีก 36,535 แห่ง และอยู่ระหว่างตรวจสอบประมาณ 100,000 แห่ง

“จิสด้าจะพัฒนาแอปพลิเคชันในการจัดเก็บข้อมูลแหล่งน้ำ ขณะเดียวกันได้ประสานและทำงานร่วมกันกับกระทรวงมหาดไทยในการตรวจสอบข้อมูลแหล่งน้ำ โดยเฉพาะแหล่งน้ำขนาดเล็กที่มีจำนวนมากและกระจายทั่วประเทศ” ดร.สมเกียรติกล่าว


ข้อมูลข้างต้นนี้ ทำให้เห็นภาพรวมของแหล่งน้ำและปริมาณน้ำได้ชัดเจน แม้จะยังไม่ยืนยันหรือตรวจสอบได้ทั้งหมดในขณะนี้ แต่อนาคตไม่ไกลนัก เลขาธิการ สทนช.กล่าวว่าสามารถยืนยันหรือตรวจสอบได้ทั้งหมด

เป็นข้อมูลที่ตุนอยู่ในมือ สทนช. ในฐานะหน่วยงานกลางบริหารจัดการน้ำของประเทศ

นอกจากบัญชีแหล่งน้ำแล้ว สทนช.ยังกำหนดให้หน่วยงานรับผิดชอบต่างๆ จัดทำบัญชีผู้ใช้น้ำ เมื่อมีทั้ง 2 บัญชีแล้ว การบริหารจัดการน้ำจะกระทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถเห็นที่มา ที่ไป และความสมดุลของน้ำได้ชัดเจนกว่าเก่า


ที่สำคัญ สทนช. ยังทยอยปรับปรุงเกณฑ์ปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำ (Rule Curve) สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง เพื่อให้อ่างเก็บน้ำเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพและได้ประโยชน์มากขึ้น ทั้งในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง เพราะน้ำทุกหยดล้วนมีค่า

ดร.สมเกียรติยังกล่าวด้วยว่า เครื่องมือบริหารน้ำอีกส่วนคือสถานีวัดน้ำฝน สถานีวัดน้ำท่า และสถานีวัดคุณภาพน้ำ ที่มีหลายหน่วยงานกระจายรับผิดชอบก็ให้จัดทำเกณฑ์มาตรฐานเสียใหม่เช่นกัน เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันง่ายต่อการบริหารข้อมูลและใช้งานจริง โดยสถานีวัดน้ำฝน 94 แห่ง ดูแลโดยกรมอุตุนิยมวิทยา สถานีวัดน้ำท่า 47 แห่ง เป็นของกรมชลประทาน 44 แห่ง กรมทรัพยากรน้ำ 1 แห่ง และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำเพื่อการเกษตร 2 แห่ง สถานีวัดคุณภาพน้ำ 91 แห่ง เป็นของกรมควบคุมมลพิษ 73 แห่ง การประปานครหลวง 11 แห่ง และการประปาส่วนภูมิภาค 7 แห่ง

“ถ้าใช้กันคนละเกณฑ์ คนละมาตรฐาน การบริหารจัดการน้ำเดินไม่ได้เลย จึงต้องปรับเป็นเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด”


เลขาธิการ สทนช.กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่าสถานีหลักเหล่านี้ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ หน่วยงานเกี่ยวข้องจึงเสนอติดตั้งเพิ่มเติม 88 แห่งโดยเพิ่มสถานีวัดน้ำฝน 53 แห่ง มีทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำฯ และ กฟผ. และเพิ่มสถานีวัดน้ำท่า 35 แห่ง โดยกรมชลประทาน สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำฯ กรมทรัพยากรน้ำ และ กฟผ.

“ถ้าเป็นในอดีต ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ ก็จะขับเคลื่อนไปคนละทิศคนละทาง แต่เมื่อจัดตั้ง สทนช.เป็นหน่วยงานกลางก็ต้องบูรณาการทั้งแผนงานโครงการ งบประมาณ สามารถขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำได้อย่างเป็นระบบและมีพลัง ทำให้ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำของประเทศได้ดีขึ้น ประชาชนเองได้เห็นภาพรวมการบริหารจัดการน้ำชัดเจนมากขึ้นเช่นเดียวกัน” ดร.สมกียรติกล่าว

เป็นการยืนยันความเป็นหน่วยงานกลางและการทำงานเป็นทีมของหน่วยงานด้านน้ำ เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำของประเทศอย่างมืออาชีพ


กำลังโหลดความคิดเห็น...