xs
xsm
sm
md
lg

อู่ซ่อมรถเตรียมตัว “กฟผ.” เตรียมเปิดให้ยื่นดัดแปลงรถยนต์ใช้แล้วเป็นอีวีต้นปีหน้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กฟผ.เตรียมต่อยอดนวัตกรรมดัดแปลงรถยนต์ใช้แล้วสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) สู่เชิงพาณิชย์ จ่อดึงอู่รถยนต์ร่วมดัดแปลงตามพิมพ์เขียวที่กำหนดต้นปี 2563 คาดคันละ 2 แสนบาทไม่รวมแบตเตอรี่ หวังให้คนไทยเข้าถึงลดพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ พร้อมสนใจยื่น ERC Sandbox

น.ส.จิราพร ศิริคำ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวในงาน EGAT INNOVATION SHOWCASE 2019 ว่า ต้นปี 2563 กฟผ.เตรียมที่จะต่อยอดโครงการวิจัยพัฒนาชุดประกอบรถไฟฟ้าดัดแปลงและคู่มือรถไฟฟ้าดัดแปลงไปสู่เชิงพาณิชย์ โดยการนำเทคโนโลยีที่วิจัยพร้อมพิมพ์เขียวมาเปิดให้อู่ซ่อมรถยนต์ที่สนใจยื่นเสนอการติดตั้งโดยจะนำร่อง 3 พื้นที่ พร้อมกันนี้เตรียมพิจารณามาตรการส่งเสริมการติดตั้งเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค

"การวิจัยเราเน้นการนำรถยนต์ใช้แล้วมาติดตั้งเพื่อให้ไทยพึ่งพิงตนเองแทนการพึ่งพิงเทคโนโลยีต่างประเทศ เพราะขณะนี้หากเราซื้อรถอีวีใหม่จะมีราคาสูงถึงคันละ 3 ล้านบาท แต่เทคโนโลยีซึ่งเป็นชุดอุปกรณ์ดัดแปลงของ กฟผ.ที่วิจัยร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จะมีราคาติดตั้งประมาณ 2 แสนบาทต่อคัน (ไม่รวมแบตเตอรี่) ซึ่งหากรวมจะราว 5 แสนบาทก็ยังถือว่าถูกกว่าที่จะซื้อรถยนต์ใหม่และอนาคตแบตเตอรี่ก็จะถูกลงอีก โดยคาดว่าอู่ที่เคยติดตั้งอุปกรณ์ใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) จะให้ความสนใจเพราะขณะนี้คนใช้รถ NGV ลดต่ำลง" น.ส.จิราพรกล่าว

ปัจจุบัน กฟผ.ได้ทำการวิจัยรถไฟฟ้าดัดแปลง หรือ i-EV ตั้งแต่ปี 2559 โดยระยะแรกนำร่องเปลี่ยนฮอนด้าแจ๊ซเป็นรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงและนำมาใช้ได้จริง และขณะนี้อยู่ในช่วงเฟส 2 ที่เป็นการทดลองกับรถนิสสันอัลมีร่า 1200 ซีซี จำนวน 2 คัน ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จและสามารถใช้งานได้ ส่วนรถยนต์โตโยต้า อัลติส ขนาด 1800 ซีซี จำนวน 2 คัน คาดว่าจะศึกษาเสร็จในเดือนพฤศจิกายนนี้ จากนั้นก็จะเปิดพิมพ์เขียวให้อู่ซ่อมรถมาเสนอการดัดแปลงตามต้นแบบที่วิจัยโดยคาดหวังว่าจะใช้กับรถยนต์ใช้แล้วทั่วไป

ทั้งนี้ กฟผ.ได้มุ่งเน้นการพัฒนาองค์กรให้ก้าวสู่การพัฒนานวัตกรรมเพื่อรองรับกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพื่อความมั่นคงระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะการรองรับพลังงานหมุนเวียนโดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) และยานยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันยังมีการปรับโครงสร้างองค์กรให้สอดรับกับสถานการณ์ในอนาคตที่วางเป้าหมายที่จะลดพนักงานจาก 2.1 หมื่นคนให้เหลือ 1.5 หมื่นคนในปี 2565

ส่วนกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดรับข้อเสนอโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการด้านพลังงาน หรือ ERC Sandbox ครอบคลุม 5 ประเภทนวัตกรรมนั้น กฟผ.เองสนใจที่จะยื่นข้อเสนอใน 3 ประเภทที่มีการศึกษาและวิจัยแล้ว ได้แก่ 1. การศึกษาโครงสร้างตลาดไฟฟ้ารูปแบบใหม่ เช่น Peer to Peer Energy Trading 2. เรื่องของเทคโนโลยีใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage SYstem) และ 3. เรื่องของการจัดการและการปฏิบัติการระบบไฟฟ้ารูปแบบใหม่ เช่น ระบบไมโครกริด
กำลังโหลดความคิดเห็น...