xs
xsm
sm
md
lg

“แกร็บ” จิ๊กซอว์ดันไทยสู่สมาร์ทซิตี้ ส่ง “ทริป แพลนเนอร์” ฝ่ารถติดเมืองกรุง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


แกร็บ ขอเป็นส่วนหนึ่งผลักดันไทยสู่สมาร์ทซิตี้ ผ่านความเชี่ยวชาญด้วยเทคโนโลยี ชูทริป แพลนเนอร์’ (Trip Planner) ฟีเจอร์และบริการวางแผนเดินทางใหม่ล่าสุด ที่เชื่อมโยงโครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะเข้าในแอปพลิเคชันแกร็บ

นายธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ในกรุงเทพฯ มีจำนวนรถส่วนตัวและมอเตอร์ไซค์ที่จดทะเบียนกว่า 9.8 ล้านคัน ซึ่งมากกว่าปริมาณที่ถนนและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ สามารถรองรับได้ถึง 8 เท่า และยังคงเพิ่มขึ้นทุกวัน เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหารถติดในกรุงเทพฯ เราจึงมีวิสัยทัศน์ที่จะสร้างระบบการคมนาคมขนส่งที่เชื่อถือได้และไร้รอยต่อ ซึ่งจะทำให้ผู้คนลดการใช้รถส่วนตัวในที่สุด ระบบขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพเป็นทางออกเดียวที่จะแก้ไขปัญหาการจราจรโดยไม่ต้องเพิ่มปริมาณรถบนท้องถนน

ล่าสุดบริษัทจึงได้พัฒนาฟีเจอร์ ‘ทริป แพลนเนอร์’ นำเสนอทางเลือกในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงได้ง่าย ในราคาที่เหมาะสมสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และเป็นทางเลือกที่สามารถแทนที่การใช้รถส่วนตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้ใช้แอปพลิเคชันแกร็บสามารถระบุจุดหมายปลายทางผ่านฟีเจอร์ ‘ทริป แพลนเนอร์’ ระบบจะนำเสนอทางเลือกการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ที่รวดเร็ว ประหยัด และมีประสิทธิภาพมากที่สุด พร้อมประมาณเวลาการเดินทางที่จะไปถึง รวมถึงเส้นทางการเดิน ร่วมกับทางเลือกการเดินทางจากต้นทางสู่ปลายทาง (FMLM - First Mile/Last Mile) อื่นๆ ทั้งที่เป็นบริการแกร็บไบค์ (วิน) หรือจัสท์แกร็บ และระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งผู้ใช้สามารถกดเรียกใช้บริการแกร็บผ่านฟีเจอร์นี้ได้โดยตรง ฟีเจอร์ดังกล่าวช่วยให้ผู้ใช้สามารถตัดสินใจและเลือกวิธีการเดินทางตามที่ต้องการ พร้อมทั้งยังสามารถประมาณเวลาและวางแผนการเดินทางตลอดเส้นทางได้อย่างแม่นยำ สะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น

"การเปิดตัว ‘ทริป แพลนเนอร์’ ถือเป็นก้าวสำคัญสู่วิสัยทัศน์ของแกร็บ ที่มุ่งมั่นในการสร้างการเดินทางในชีวิตประจำวันที่ไร้รอยต่อ เข้าถึงได้ง่าย และมีราคาเหมาะสม ให้แก่ผู้คนในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการเปิดตัวฟีเจอร์ดังกล่าวยังถือเป็นการนำร่องพัฒนา Mobility as a Service (MaaS) ระบบคมนาคมขนส่งที่เข้าถึงได้โดยคนทั่วไป และยังตอบรับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมและสนับสนุนวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนระบบขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของประเทศไทย เพื่อลดการใช้รถส่วนตัว ช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรและมลพิษในเมือง"

ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ยังจะได้รับประโยชน์จากจำนวนผู้สัญจรที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากแกร็บช่วยให้การเดินทางเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนและวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยบริการรถยนต์ร่วมโดยสารของแกร็บ อีกทั้งยังทำให้เข้าใจข้อมูลและพฤติกรรมการเดินทางเกี่ยวกับผู้ใช้ผ่านแอปพลิเคชัน และมองเห็นโอกาสในการเชื่อมต่อโครงข่ายในบริเวณที่การให้บริการยังไม่ครอบคลุม เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงโครงข่ายและการเข้าถึงในทุกพื้นที่ แกร็บพร้อมให้ความร่วมมือกับผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะทุกราย เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศไทยไปด้วยกัน

"แกร็บได้ปูรากฐานและนำร่องบริการ Mobility as a Service (MaaS) ในประเทศไทย ซึ่งเรามีเป้าหมายในการเรียนรู้และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแนวคิดดังกล่าว รวมถึงหาวิธีที่จะแก้ไขปัญหาการเดินทางในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถโดยสารประจำทาง รถไฟฟ้า และเรือโดยสาร หรือการใช้บริการจัสท์แกร็บ หรือแกร็บไบค์ (วิน) ผู้เดินทางจะมีอิสระในการเลือกทั้งราคาและระดับความสะดวกสบายที่ต้องการ นอกจากนี้ การนำร่องแนวคิดบริการ Mobility as a Service (MaaS) ยังถือเป็นการสร้างอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมที่สอดรับกับวิสัยทัศน์เมืองอัจฉริยะ อีกทั้งยังอำนวยความสะดวกและเพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งต่างๆ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน” นายธรินทร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ดังกล่าวได้เปิดตัวในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และได้ขยายการให้บริการและเปิดให้บริการแล้วในกรุงเทพฯ สิงคโปร์ และกัวลาลัมเปอร์ ผู้ใช้ที่เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเป็นประจำสามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวเพื่อวางแผนการเดินทางด้วยข้อมูลที่แม่นยำ พร้อมดูเส้นทางการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางในแต่ละขั้นตอนได้ผ่านแอปพลิเคชันแกร็บ ผู้ใช้สามารถตรวจสอบตารางการเดินรถของรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน เรือ และรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพฯ ทำให้การเดินทางมีความคล่องตัว เข้าถึงง่าย และมีราคาเหมาะสมสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน

ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กล่าวว่า ในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การขนส่งและจราจรถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่สามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการ หนึ่งในรูปแบบระบบขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) ซึ่งหลายประเทศได้เริ่มทดลองใช้ คือ Mobility as a Service (MaaS) ที่ผู้เดินทางสามารถเลือกใช้รูปแบบการเดินทางที่เป็นการขนส่งสาธารณะของรัฐบาลและการขนส่งของภาคเอกชนได้ตามความต้องการผ่านแพลตฟอร์มผู้ให้บริการ โดยจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือนหรือตามที่ใช้จริง

สำหรับประเทศไทย รัฐบาลได้ริเริ่มแผนการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยมีระบบขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) เป็นหนึ่งในแกนหลักในการพัฒนาเมือง การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและชาญฉลาดมาประยุกต์ใช้กับระบบจราจรและขนส่งอัจฉริยะอย่างฟีเจอร์วางแผนการเดินทางหรือแนวคิดในการพัฒนา Mobility as a Service (MaaS) ของแกร็บ จึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการผสานความร่วมมือและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของภาคเอกชน เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้เกิดผลเป็นรูปธรรมผ่านโครงการของภาครัฐ โดยนอกจากประชาชนที่อาศัยอยู่ใน 7 จังหวัดนำร่อง ซึ่งได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา นักท่องเที่ยวในพื้นที่เหล่านี้ยังจะได้รับประโยชน์และสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายผ่านบริการดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและตอบรับโลกแห่งเทคโนโลยีในปัจจุบันด้วยอีกทางหนึ่ง
กำลังโหลดความคิดเห็น...