xs
xsm
sm
md
lg

ลุ้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชง ครม. ต้น พ.ค.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“สมคิด” แย้มข่าวดี ก.คลัง จ่อคลอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชง ครม.ภายในต้น พ.ค.นี้ พร้อมรุดตรวจเยี่ยมกระทรวงอุตสาหกรรมหวังให้เร่งเครื่องการทำงานระหว่างรอยต่อรอรัฐบาลใหม่ จี้ดูแลเอสเอ็มอี ปรับเปลี่ยนระบบสู่ดิจิทัล

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการตรวจเยี่ยมกระทรวงอุตสาหกรรมวันนี้ (22 เม.ย.) ว่า ประมาณต้นเดือนพฤษภาคมคาดว่ากระทรวงการคลังจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาหลังจากก่อนหน้านี้ได้มอบนโยบายให้ดำเนินการภายใน 2 สัปดาห์เพื่อประคับประคองภาวะเศรษฐกิจไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในช่วงระหว่างที่ยังไม่ได้มีการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญที่จะขับเคลื่อนภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้น ระหว่างนี้จึงขอให้ดำเนินนโยบายต่างๆ และการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) และผู้ประกอบการใหม่ (สตาร์ทอัพ) อย่างต่อเนื่องโดยคาดว่าภายใน 3 เดือน การเมืองจะเห็นภาพชัดเจน

“ผมค่อนข้างเป็นห่วงในช่วงที่ยังไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งทุกครั้งเมื่อมีการเลือกตั้งเงินจะสะพัดมาก แต่มาครั้งนี้แปลกเงินไม่สะพัด 2 เดือนมานี้พบว่าเศรษฐกิจนิ่ง เพื่อรอดูความชัดเจน เศรษฐกิจจากเดิมที่คาดว่าจะโต 4% เหลือเพียง 3% การจัดตั้งรัฐบาลถ้ายาวถึงครึ่งปีอะไรจะเกิดขึ้น เวียดนามก็วิ่งเอาวิ่งเอาทุกวัน ราชการกระทรวงอุตฯ ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าสมคิดจะกลับมาไหมแล้วอยู่นิ่ง อันนี้ผมขออย่าหยุดนะ งานทุกอย่างต้องเร่งเดินหน้า ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจลำบาก” นายสมคิดกล่าว

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) จัดทำมาตรการเพื่ออัดฉีดเงินให้กับธุรกิจเอสเอ็มอีภายใน 3 เดือนนี้ เพื่อรักษาโมเมนตัมเศรษฐกิจระหว่างนี้ไม่ให้ทรุด พร้อมกันนี้กระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องเร่งดำเนินการจัดทำแผนการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมซึ่งก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ไปดำเนินการแล้วให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการพัฒนาตลาดผักผลไม้ที่จะต้องมองการสร้างระบบห้องเย็น และระบโลจิสติกส์รองรับ โดยเน้นนำร่องในพื้นที่ตะวันออก และอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร และขยายไปยังเกษตรชนิดอื่นๆ ต่อไป

พร้อมกันนี้กระทรวงอุตสาหกรรมต้องจัดทำมาตรการที่จะจูงใจหรือบังคับให้เอกชนปรับเปลี่ยนการนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้กับภาคการผลิตเพื่อเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมไปสู่ 4.0 โดยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมต้องไประดมสมองกับเอกชน หากรัฐบาลจะต้องสนับสนุนเพิ่มเติมอย่างไรก็ให้ระบุมา และให้ประกาศเป็นมาตรการที่ชัดเจน ขณะเดียวกัน ให้เตรียมพร้อมบริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด ที่จะทำหน้าที่พัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและธุรกิจสตาร์ทอัพ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งควรจะสรุปที่ตั้งและให้มีคณะผู้บริหารที่ชัดเจนภายใน พ.ค.นี้ เพื่อพร้อมขอรับการจัดสรรงบประมาณปี 2563 เป็นต้น

สำหรับบทบาทของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ต้องเตรียมพร้อมรองรับการเข้ามาลงทุนของทุกภาคอุตสาหกรรมที่ต้องทันกับยุค 4.0 และทันกับนิคมฯ ของเอกชนที่ก้าวหน้าไปมาก ขณะเดียวกัน ขอให้เร่งพิจารณาเจรจากับกลุ่มผู้ประมูลท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 ให้จบโดยเร็วเป็นโครงการแรกๆ และโครงการที่เหลือเช่น รถไฟความเร็วสูง และแหลมฉบังเฟส 3 เองก็ควรจะแล้วเสร็จภายใน พ.ค.
กำลังโหลดความคิดเห็น...