xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ถือหุ้น TOP ไฟเขียวขายหน่วย ERU ให้ GPSC

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้ถือหุ้นไทยออยล์ไฟเขียวขายหน่วยผลิตพลังงาน (ERU) ให้ GPSC ในราคาไม่เกิน 757 ล้านเหรียญสหรัฐ หนุนผลตอบแทนการลงทุนโครงการพลังงานสะอาดของไทยออยล์ปรับตัวสูงขึ้น เหตุลดภาระการลงทุนลง


นายอธิคม เติบศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 อนุมัติการขายทรัพย์สินเพื่อโอนกรรมสิทธิ์หน่วยผลิตพลังงาน (Energy Recovery Unit : ERU) ในโครงการพลังงานสะอาด (CFP) ให้กับ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) มีมูลค่าเทียบเท่าทั้งสิ้นไม่เกิน 757 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าจะดำเนินการโอนทรัพย์สินได้ในช่วงไตรมาส 3/2566


การตัดสินใจขายทรัพย์สินเพื่อโอนกรรมสิทธิ์หน่วย ERU ซึ่งเป็นหน่วยผลิตไฟฟ้า 250 เมกะวัตต์และกำลังการผลิตไอน้ำ 1,020 ตันต่อชั่วโมง จะช่วยลดภาระเงินลงทุนในโครงการ CFP, เพิ่มสภาพคล่องเพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต และยังทำให้ช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนการลงทุน (IRR) เป็น 12.57% จากแผนเดิมที่ 12.1% โดยการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้มูลค่าเงินลงทุนตามโครงการ CFP จะอยู่ที่ 4.07 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่ 4.82 พันล้านเหรียญสหรัฐ


ปัจจุบันโครงการ CFP อยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในกลางปีนี้ แล้วเสร็จปลายปี 2565 และเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2566 ซึ่งโครงการ CFP เป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นและเพิ่มกำลังการกลั่นน้ำมันจากปัจจุบัน 2.75 แสนบาร์เรล/วันเป็น 4 แสนบาร์เรล/วัน ซึ่งน้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตได้ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยาน (JET) เพิ่มขึ้นจาก 60% เป็น 70% โดยไม่มีน้ำมันเตาที่มาร์จิ้นต่ำออกมาเลยจากปัจจุบันมีน้ำมันเตาอยู่ราว 7% ของกำลังการกลั่น


ดังนั้น การที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) กำหนดให้เรือเดินสมุทรต้องใช้น้ำมันเตาที่มีค่ากำมะถันต่ำไม่เกินกว่า 0.5% จาก 3.5% ในปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 63 นั้น ทางบริษัทฯ จึงไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติม เพราะโครงการ CFP จะไม่มีน้ำมันเตาจากกระบวนการกลั่นเลย แต่ในช่วงที่โครงการ CPF ดำเนินการก่อสร้างจนถึงปลายปี 2565 บริษัทฯ จะปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นน้ำมันเพื่อให้มีการผลิตน้ำมันสำเร็จรูปกำมะถันต่ำคู่ขนานกันไปด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...