xs
xsm
sm
md
lg

"พาณิชย์"ชี้ช่องจัดการเว็บหนังเถื่อน แจ้ง COPTICS-ใช้พ.ร.บ.คอมพ์สั่งปิด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กรมทรัพย์สินทางปัญญาชี้ช่องจัดการเว็บหนังเถื่อน เว็บละเมิดลิขสิทธิ์ แนะเจ้าของสิทธิ์ใช้ 2 ช่องทาง แจ้งผ่าน COPTICS เพื่อขอใช้อำนาจ กสทช. สั่งปิดเว็บละเมิด หรือใช้พ.ร.บ.คอมพ์ ส่งศาลสั่งปิด เผยล่าสุดปิดไปแล้วกว่า 70 เว็บไซต์ เกือบ 2 พัน URL

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินการกับเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ว่า ขณะนี้หน่วยงานภาครัฐได้ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันมีถึง 2 ช่องทางที่ให้ผู้ประกอบการแจ้งปัญหาการละเมิด โดยสามารถแจ้งปัญหาผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์และระงับการเผยแพร่การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและการกระทำความผิดอื่นๆ ทางออนไลน์ (COPTICS) ซึ่งมีตำรวจและสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้รับผิดชอบหลัก และแจ้งมายังกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อที่จะประสานต่อไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในการใช้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จัดการ

ทั้งนี้ ในการแจ้งปัญหาผ่าน COPTICS นั้น ให้แจ้งเรื่องไปยังศูนย์ฯ และเจ้าหน้าที่จะพิจารณาและหากเห็นว่ามีการละเมิดจริง ก็จะส่งเรื่องต่อไปยัง กสทช. เพื่อใช้อำนาจของ กสทช. ในการแจ้งไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ให้นำเว็บไซต์ละเมิดออก ซึ่งจะดำเนินการเร็วมากภายใน 2-3 วัน โดยปัจจุบันมีการสั่งปิดเว็บไซต์แล้ว 34 เว็บ หรือ 1,080 URL

ส่วนการแจ้งผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญญา สามารถดำเนินการได้โดยแจ้งเว็บไซต์ ภาพยนตร์ที่ถูกละเมิดมีอะไรบ้าง ซึ่งกรมฯ จะส่งเรื่องต่อไปยังกระทรวงดีอี เพื่อพิจารณา และหากเห็นว่าผิดจริง ก็จะส่งศาลพิจารณาสั่งให้ระงับเว็บไซต์ โดยล่าสุดได้มีคำสั่งปิดเว็บไซต์ไปแล้ว 37 คำสั่ง หรือ 953URL

"มีเจ้าของสิทธิ์ ตัวแทนเจ้าของสิทธิ์มาร้องกับกรมฯ อยู่เรื่อยๆ ทั้งหนังไทย หนังสหรัฐฯ หรือหนังเกาหลี ซีรี่ส์เกาหลี ซึ่งกรมฯ ได้มีการประสานงานกับกระทรวงดีอีในการสั่งปิดเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง แต่ก็พบว่ามีบางเว็บไซต์ที่มีเซิฟเวอร์ตั้งอยู่ในต่างประเทศ เท่าที่ตรวจสอบได้มีที่สิงคโปร์ ปานามา และสหรัฐฯ ซึ่งการแก้ไขปัญหา กสทช.ได้ทำการปิดกั้นไม่ให้เข้าถึงได้ และกรมฯ เองยังได้มีหนังสือถึงสถานทูตสหรัฐฯ เพื่อขอความร่วมมือให้ช่วยปิดด้วย"นายทศพลกล่าว

นายทศพลกล่าวว่า นอกเหนือจากการปิดเว็บไซต์ ปิดกั้นเว็บไซต์ กรมฯ ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรในการดำเนินการจับกุมผู้ละเมิดอย่างเต็มที่ โดยหากตรวจสอบพบก็จะจับกุมดำเนินคดี ซึ่งที่ผ่านมา มีการจับกุม ยึดคอมพิวเตอร์และเซิฟเวอร์ที่ทำการละเมิดได้อย่างต่อเนื่อง และยังได้เสนอให้ใช้กฎหมายฟอกเงินในการดำเนินการกับผู้ละเมิด เพราะความผิดละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นความผิดที่อยู่ในฐานฟอกเงิน เพื่อให้ตามอายัดทรัพย์ของผู้ละเมิด รวมทั้งส่งให้กรมสรรพากรดำเนินการตรวจสอบภาษีด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...