xs
xsm
sm
md
lg

“แกร็บ” จับมือ DEPA เป็นพหุภาคีพันธมิตรเมืองอัจฉริยะ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


แกร็บ ประเทศไทย จับมือสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ร่วมลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงพหุภาคีพันธมิตรเมืองอัจฉริยะ (Smart City Alliance) ว่าด้วยความร่วมมือและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมส่งเสริมและสนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล การแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และประสบการณ์ด้านระบบขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะตามนโยบายของภาครัฐในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ลาดพร้าว และเพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนระบบขนส่งอัจฉริยะของภาครัฐ แกร็บได้ประกาศเตรียมนำร่องโครงการ Mobility as a Service (MaaS) ผ่านฟีเจอร์วางแผนการเดินทาง (Trip Planner) ซึ่งจะเชื่อมโยงโครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะเข้ากับแอปพลิเคชันเป็นเจ้าแรกในไทย โดยที่ผู้ใช้งานสามารถใช้บริการการเดินทางแบบออนดีมานด์ในการเดินทางจากต้นทางสู่ปลายทาง (FMLM - First Mile/Last Mile) ร่วมกับระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวกและง่ายดาย

ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กล่าวว่า "สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับการลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงครั้งนี้นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่แกร็บ ซึ่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันแบบ Smart Mobility ซึ่งจะเป็น 1 ใน 7 ลักษณะของเมืองที่จะได้รับการประกาศเป็นเมืองอัจฉริยะตามนโยบายส่งเสริมของภาครัฐ (www.smartcitythailand.or.th) บนแนวคิดซูเปอร์แอปฯ และส่งเสริมบริการ MaaS ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนต่างๆ ที่ได้เริ่มดำเนินการนำร่องไปแล้วใน 7 จังหวัด นอกจากนี้ DEPA มีแผนจับมือกับแกร็บเพื่อร่วมเดินสายในงาน Smart City Thailand Roadshow ไปยังภูมิภาคต่างๆ ในปีนี้"

นางสาวมนรวี อำพลพิทยานันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า "ในฐานะผู้นำด้านซูเปอร์แอปฯ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แกร็บมีความยินดีและมีความพร้อมอย่างยิ่งในการให้ความร่วมมือต่อการผลักดันเมืองอัจฉริยะของประเทศไทยร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) เนื่องจากในการสร้างเมืองอัจฉริยะนั้น การขนส่งและจราจรถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่เราสามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อทำให้เกิดการเดินทางที่เชื่อมโยง สะดวก และปลอดภัย ด้วยศักยภาพความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ตอบรับระบบขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) ผ่านบริการที่หลากหลายที่สุด และเครือข่ายผู้ใช้งานกว่า 144 ล้านทั่วภูมิภาคของแกร็บ เราจึงถือเป็นบริษัทที่มีความพร้อมมากสุดทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ที่จะร่วมผลักดันการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและยกระดับขีดความสามารถเชิงดิจิทัลของประเทศไทย พร้อมมอบบริการอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันแก่ผู้ที่สัญจรไปมาในแต่ละวันรวมถึงนักท่องเที่ยว เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในอนาคต อีกทั้งยังถือเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่ ผ่านการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ"

"นอกจากนี้ แกร็บยังมีแผนในการศึกษาและพัฒนา 'Mobility as a Service' (MaaS) ซึ่งเป็นแนวคิดที่นำเสนอระบบคมนาคมขนส่งในรูปแบบการให้บริการ ผ่านการนำร่องฟีเจอร์วางแผนการเดินทาง (Trip Planner) โดยเชื่อมโยงหลากบริการเดินทางแบบออนดีมานด์ในแอปพลิเคชันเข้ากับโครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะของประเทศเป็นเจ้าแรกในไทย หลังจากที่ได้เปิดตัวในกรุงจาการ์ตาไปเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะผสานข้อมูลการเดินทางจากบริการของแกร็บ รวมถึงบริการรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน และรถประจำทาง เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพการเดินทางให้มีความคล่องตัว เข้าถึงง่าย และมีราคาเหมาะสมสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะช่วยลดการใช้รถส่วนตัว และบรรเทาปัญหารถติดและมลพิษในประเทศไทย อีกทั้งยังถือเป็นการพัฒนาและขับเคลื่อนระบบขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) อันเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของประเทศอีกทางหนึ่ง" นางสาวมนรวีกล่าวเสริม

ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แกร็บ ประเทศไทย ได้ดำเนินโครงการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล เช่น ความร่วมมือด้านการศึกษาวิจัยและวิชาการเพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและอนาคตของประเทศไทยร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โครงการสนับสนุนการพัฒนาและจัดทำระบบบริหารจัดการข้อมูลอัจฉริยะด้านการท่องเที่ยวของประเทศร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และความร่วมมือกับจังหวัดบุรีรัมย์ในการเป็นจังหวัดนำร่องใช้แอปพลิเคชันเรียกรถโดยสารพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) ในการแข่งขันโมโตจีพี เป็นต้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...