xs
xsm
sm
md
lg

เอกชนหวังการจัดตั้งรัฐบาลจะเรียบร้อยเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาคเอกชนห่วงการยอมรับผลการเลือกตั้ง และอาจนำไปสู่โมฆะ หวังจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างเรียบร้อยเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย หลังมีรัฐบาลเชื่อไทยจะได้รับการยอมรับจากต่างชาติมากขึ้น ไม่ว่าใครมาจะเดินหน้านโยบายที่ดีๆ ต่อไปโดยเฉพาะอีอีซี

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การเลือกตั้งปี 2562 มีแนวโน้มว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะนอกจากคะแนนเสียงที่ได้มามากแล้วยังมีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่สนับสนุน จึงเชื่อว่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ ซึ่งจะช่วยให้บรรยากาศทางเศรษฐกิจในประเทศน่าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญไทยจะได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ส่งผลให้การเจรจาการค้ากับต่างประเทศก็จะง่ายขึ้นตามไปด้วย และนโยบายต่างๆ ก็จะได้รับการสานต่อที่เคยวางไว้ทั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ไทยแลนด์ 4.0 ฯลฯ


"สิ่งที่น่าห่วงคือ การยอมรับผลการเลือกตั้งซึ่งเห็นว่าหากพรรคใดสามารถรวบรวมเสียงและจัดตั้งรัฐบาลได้ก็น่าจะให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนผู้ที่มีเสียงข้างน้อยก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้ดีที่สุด เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบให้แก่ประชาชน หากไม่เกิดปัญหาไม่ยอมรับเกิดขึ้น จนถึงขั้นมีการออกมาทำลายทรัพย์สิน หรือออกมาประท้วง ก็ไม่มีอะไรน่าห่วง" นายสุพันธุ์กล่าว

สำหรับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและการส่งออกปีนี้ยอมรับว่าอาจจะไม่ดีนักเพราะเป็นไปตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวเชื่อว่าจะไม่ดีขึ้นแน่นอน สงครามการค้ายังมีอยู่และเป็นอุปสรรคในการส่งออก ซึ่งคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะประเมินตัวเลขเศรษฐกิจไทยใหม่อีกครั้งสัปดาห์หน้า โดยสิ่งที่เอกชนต้องการจากรัฐคือความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนในการแก้ไขเศรษฐกิจอุตสาหกรรมให้เข้มข้นยิ่งขึ้นผ่านเวทีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.)

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลเบื้องต้นนั้นสิ่งที่กังวลคืออย่าให้นำไปสู่การโมฆะเพราะจะทำให้ไทยเสียเวลาไปอีกหลายเดือน ดังนั้น หากเกิดปัญหาติดล็อกควรหาทางออกร่วมกัน โดยภาคเอกชนไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลต้องการให้ทบทวนนโยบายเศรษฐกิจที่ควรจะเน้นการสร้างงาน สร้างอาชีพเพื่อดูแลเศรษฐกิจฐานรากให้มากขึ้น โดยไม่อยากเห็นนโยบายประชานิยมที่มากเกินไป

"วันนี้ยอมรับว่าเสียงของ 2 พรรคใหญ่ค่อนข้างก้ำกึ่ง ก็ชี้ให้เห็นว่าแม้ว่ารัฐบาลปัจจุบันจะดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ผ่านมาก็ยังอาจไม่ถูกใจคนอีกกลุ่มหนึ่งเช่นกัน โดยเฉพาะเสียงสะท้อนจากคนรากหญ้าที่ยังมองว่าเศรษฐกิจไม่ดีก็น่าจะต้องทบทวนการทำงานวิธีเดิมคงจะได้ผลไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่อะไรที่ดีก็น่าจะได้รับการสานต่อไม่ว่าใครจะมาเป็น เช่น อีอีซี เพราะลงทุนไปค่อนข้างมากแล้ว ส่วนค่าแรงนั้นแม้ว่าหลายพรรคได้ชูประเด็นหาเสียงในการขึ้นค่าแรงเพิ่มเมื่อเป็นรัฐบาลก็ขอให้ดูให้ดีและควรมีวิธีบริหารเพื่อให้สอดรับกับคณะกรรมการไตรภาคี" นายธนิตกล่าว


นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อเลือกตั้งแล้ว ทางเอกชนก็คาดหวังการเมืองหลังเลือกตั้งจะสงบเรียบร้อย ในขณะที่การเดินหน้าด้านเศรษฐกิจก็เป็นหน้าที่ของนักธุรกิจที่ขับเคลื่อนตามกลไกตลาด ส่วนนโยบายด้านพลังงานนั้น สิ่งที่ขอให้คำนึงถึงคือ เมื่อไทยต้องนำเข้าพลังงานดังนั้นราคาก็ต้องเคลื่อนไหวตามตลาดโลกเป็นสำคัญ
กำลังโหลดความคิดเห็น...