xs
xsm
sm
md
lg

ไทยติดอันดับ 51 ของโลกประเทศที่มีความพร้อมสู่ระบบพลังงานในอนาคต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กระทรวงพลังงานปลื้ม WEF จัดอันดับระบบพลังงานของประเทศต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตประจำปี 2562 โดยไทยได้อันดับที่ 51 ของโลกจากทั้งหมด 115 ประเทศทั่วโลก โดยขยับขึ้นจากปี 2561 ที่อยู่อันดับที่ 54 ย้ำความมั่นคงประชาชนมีส่วนร่วม พร้อมปรับตัวสู่พลังงานใหม่ในอนาคต

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สภาเศรษฐกิจโลก หรือ WEF (World Economic Forum) ได้เปิดตัวรายงานประจำปี "Global Energy Transitions Index 2019" ซึ่งเป็นการจัดอันดับระบบพลังงานของประเทศต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ WEF ได้จัดอันดับระบบพลังงานของประเทศต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตประจำปี 2562 โดยไทยได้อันดับที่ 51 ของโลกจากทั้งหมด 115 ประเทศทั่วโลก ซึ่งลำดับดีขึ้นจากปี 2561 ที่ไทยอยู่อันดับที่ 54 เนื่องจากไทยตอบโจทย์ความมั่นคงด้านพลังงานประชาชนมีส่วนร่วม ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม และพร้อมรับการปรับตัวสู่พลังงานใหม่ในอนาคต

"ไทยได้รับคำชื่นชมว่าก้าวสู่พลังงานทดแทน ซึ่งภายใต้แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (พีดีพี 2018) ปี พ.ศ. 2561-80 จะมีสัดส่วน 35% ในอีก 20 ปีข้างหน้าจากปัจจุบันมีสัดส่วน 14% และยังมีการเปิดให้ประชาชนเข้าถึงและมีส่วนร่วมโดยการเปิดโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย (โซลาร์รูปท็อป) ภาคประชาชนตลอดแผนพีดีพี 10,000 เมกะวัตต์ แต่ไทยเองอาจจะขาดในเรื่องของความพร้อมด้านบุคลากร โดยเฉพาะในการติดตั้ง ออกแบบ โซลาร์ภาคประชาชน จึงต้องเร่งพัฒนามารองรับ เป็นต้น" นายศิริกล่าว


อย่างไรก็ตาม ทาง WEF ไม่ได้นำเอาผลการดำเนินงานของพีดีพีฉบับใหม่มาพิจารณาการจัดอันดับครั้งนี้ เชื่อว่าหากนำมารวมจะทำให้อันดับไทยในอนาคตดีขึ้นได้ ซึ่งขณะนี้ไทยในภูมิภาคอาเซียนเป็นรองเพียงสิงคโปร์และมาเลเซียเท่านั้น ซึ่งสิงคโปร์ได้เปรียบไทยในแง่กฎหมาย การเปิดให้มีการแข่งขันที่เสรีหรือให้บุคคลที่ 3 เข้ามาแข่งขันได้มากกว่าไทย แต่ไทยนั้นมีมติในแง่พื้นที่ที่มีประชากรหลากหลายกว่า

นายโรแบร์โต้ บาคคา ประธานด้านพลังงานและผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตและกรรมการบริหารสภาเศรษฐกิจโลก กล่าวว่า ไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ ซึ่ง WEF พร้อมจะให้การสนับสนุนแผนพัฒนาความพร้อมสู่ระบบพลังงานในอนาคตอาเซียน โดยจะใช้ดัชนีวัดความพร้อมของระบบพลังงานของประเทศต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคต ควบคู่ไปกับความร่วมมือด้านพลังงานผ่านเวทีของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชาติในอาเซียน

นายพูนพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากรายงานดังกล่าวทำให้ไทยทราบถึงแนวทางการพัฒนาที่จะต้องเพิ่มขึ้นให้ดีกว่าเดิมโดยเฉพาะในเรื่องของการปรับปรุงทรัพยากรมนุษย์หรือพัฒนาคนของไทยด้านพลังงานให้มากขึ้น รวมไปถึงกฎระเบียงต่างๆ ที่จะต้องยืดหยุ่นเปิดกว้างให้มีการแข่งขันเพิ่มจากปัจจุบันเพื่อทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่น โดยเป้าหมายของไทยยังคงต้องการสร้างความสมดุลระหว่างความมั่นคงพลังงาน การใช้พลังงานเพื่อตอบสนองการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อม
กำลังโหลดความคิดเห็น...