xs
xsm
sm
md
lg

เอสซีจีทุ่ม 7 พันล้าน รุกธุรกิจแพกเกจจิ้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“เอสซีจี” ทุ่มงบลงทุนปีนี้ 7 พันล้านบาท ใช้ขยายกำลังผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ทั้งในฟิลิปปินส์ และเวียดนาม รวมทั้งปรับปรุงเครื่องจักร ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 5-7% จากปีก่อนที่มีรายได้ 8.7 หมื่นล้านบาท คาดได้ข้อสรุป M&A อย่างน้อย 1 ดีลในปีนี้

นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจแพกเกจจิ้ง เอสซีจี เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯ ตั้งงบลงทุนธุรกิจแพคเกจจิ้ง 7 พันล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนขยายกำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ที่ฟิลิปปินส์ราว 5พันล้านบาท ที่เหลือใช้ลงทุนขยายกำลังผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์แบบคอขวด (Debottleneck) ที่เวียดนาม และปรับปรุงเครื่องจักร โดยไม่รวมงบลงทุนสำหรับการร่วมลงทุนหรือซื้อกิจการ (M&A) ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา คาดว่าในปีนี้จะสรุปได้อย่างน้อย 1 ดีล

ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคอาเซียนในปีนี้ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่คาดว่าโตขึ้น 5% จากปี 2561 ที่มูลค่าตลาดบรรจุภัณฑ์ในอาเซียนอยู่ที่ 5.05 หมื่นล้านบาท โดยตลาดบรรจุภัณฑ์ในไทยคาดว่าโต 3-4%

นายธนวงษ์กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ธุรกิจแพกเกจจิ้งโต ขึ้น 5-7% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 8.7 หมื่นล้านบาท ที่คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 18% ของ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย โดยรายได้ธุรกิจแพกเกจจิ้งในปีนี้โตขึ้นตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ และการขยายกำลังการผลิตโรงงานกระดาษบรรจุภัณฑ์ในอาเซียน

สำหรับกลยุทธ์หลักที่ธุรกิจแพกเกจจิ้ง เอสซีจี ใช้รับมือกับโอกาสและความท้าทายในการดำเนินธุรกิจให้ไปถึงเป้าหมาย ได้แก่ การสร้างการเติบโตของธุรกิจด้วยการขยายฐานการผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร โดยในช่วงปี 22560-2561 ธุรกิจแพกเกจจิ้ง เอสซีจี ได้ลงทุนเพิ่มฐานการผลิตบรรจุภัณฑ์และงานพิมพ์คุณภาพสูงและฐานการผลิต Rigid Plastic Packaging ในประเทศไทย ฐานการผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษในอินโดนีเซีย และฐานการผลิต Food Packaging ในมาเลเซีย นอกจากนี้ยังขยายฐานการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัย แบรนด์ Fest อีก 2 โรงงาน ซึ่งปีนี้บริษัทฯ จะยังคงมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างความเติบโตให้กับกลุ่มธุรกิจเพื่อให้มีฐานการผลิตบรรจุภัณฑ์ครอบคลุมทั่วประเทศและภูมิภาคอาเซียน

กลยุทธ์ต่อมา คือ การสร้างสรรค์นวัตกรรมและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งวิจัยและพัฒนาสินค้าให้มีคุณสมบัติที่ดีขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของพนักงานให้สอดรับต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้พัฒนากระบวนการผลิตตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เช่น การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการ Value Chain อย่างมีประสิทธิภาพ (Data Visibility) และการใช้เทคโนโลยี MARs (Mechanization, Automation, Robotics) ที่ช่วยปรับกระบวนการผลิตในโรงงานให้เป็น Smart Factory ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาใช้เงินลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลราว 100-200 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในการการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้แนวปฏิบัติ SCG Circular Way ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด ใช้ให้น้อย ใช้ให้นาน หรือนำกลับมาใช้ซ้ำเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการพัฒนาและออกแบบบรรจุภัณฑ์ทั้งกระดาษและพลาสติกให้ใช้งานง่าย โดยใช้ทรัพยากรน้อย แต่ยังคงทนแข็งแรง และสามารถนำกลับมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตซ้ำได้ครบวงจร

ปัจจุบัน ธุรกิจแพกเกจจิ้ง เอสซีจี มีกำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์รวม 2.5 ล้านตัน/ปี นับเป็นผู้ผลิตรายใหญ่สุดในอาเซียน แบ่งเป็นกำลังการผลิตในไทย 1.8 ล้านตัน/ปี เวียดนาม 5 แสนตัน/ปี และเตรียมขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 2 หมื่นตัน/ปี ทำให้บริษัทมีกำลังผลิตใหญ่สุดในเวียดนาม และฟิลิปปินส์ มีกำลังผลิต 2 แสนตัน/ปี ก็จะขยายกำลังผลิตเพิ่มอีก 2.3 แสนตัน/ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4/2563 รวมเป็น 4.3 แสนตัน/ปี


กำลังโหลดความคิดเห็น...