xs
xsm
sm
md
lg

กสอ.เปิดมาสเตอร์แพลน 4 ด้าน ปักหมุดเชียงใหม่ศูนย์กลางกาแฟโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) โชว์ศักยภาพ “โครงการเชียงใหม่เมืองกาแฟ” หวังดันเป็นศูนย์กลางเมืองกาแฟของโลก ปี 62 เปิดมาสเตอร์แพลน 4 ด้าน หนุนผู้ประกอบการกาแฟ คัดสรรคุณภาพ มีมาตรฐาน เน้นใช้เทคโนโลยีเพิ่ม

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า วันนี้ (21 มีนาคม 2562)กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเยี่ยมชมความคืบหน้า ในการพัฒนา “โครงการเชียงใหม่เมืองกาแฟ” เป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ กับหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน และชุมชนในพื้นที่เพื่อพัฒนากลุ่มผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมกาแฟทั้งระบบ ตั้งแต่การเพาะปลูก แปรรูป จัดจำหน่ายในรูปแบบคลัสเตอร์ที่สามารถสร้างโอกาสในการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีปริมาณนักท่องเที่ยวสูงส่งผลให้ผลิตภัณฑ์กาแฟเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้บริโภคเพิ่มขึ้น โดยรัฐมุ่งผลักดันให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางกาแฟของโลกอีกแห่ง

ทั้งนี้ กสอ.โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 จ.เชียงใหม่ ยังได้มีการผลักดันให้เกิดโครงการต่างๆ ที่เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมกาแฟภาคเหนือให้เติบโตและยั่งยืนมาโดยตลอด ทั้งการสนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มในลักษณะของ “คลัสเตอร์ (Cluster)” เชียงใหม่เมืองกาแฟขึ้น โดยมีนางนฤมล ทักษะอุดม กรรมการผู้จัดการบริษัทชาวไทยภูเขา (Hill Koff) เป็นประธานคลัสเตอร์ ขณะเดียวกัน ยังได้ร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมกาแฟในพื้นที่ วางเป้าหมายเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟในรูปแบบคลัสเตอร์ในจังหวัดเชียงใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้ร่วมกันจัดทำแผนแม่บท (Master Plan) ตั้งแต่การเพาะปลูก การแปรรูป และการจัดจำหน่าย โดยแบ่งกลยุทธ์ออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่

1. การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานผลิตกาแฟของผู้ปลูกกาแฟ โดยการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น มาสู่กระบวนการแปรรูปเพื่อส่งเสริมให้ผู้ปลูกยื่นขอรับรองมาตรฐาน GAP (Good Agriculture Practices) หรือ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ 2. การส่งเสริมการแปรรูปกาแฟ โดยการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต การวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟ เพื่อการลดต้นทุน ลดของเสีย เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต รวมถึงวางมาตรฐานการจัดเก็บเมล็ดกาแฟ โรงคั่วกาแฟ และผู้ควบคุมการผลิตในกระบวนการคั่วกาแฟ


3. ส่งเสริมผู้จัดจำหน่ายให้สามารถพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจกาแฟ ทั้งในด้าน การพัฒนาตลาด ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับกาแฟ การสร้างศักยภาพของตลาด และขยายช่องทางการจัดจำหน่าย รวมทั้งส่งเสริมวิชาชีพบาริสต้า 4. การส่งเสริมสร้างให้เกิดการรับรู้ภาพลักษณ์ของเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางเมืองกาแฟ


สำหรับกลยุทธ์ดังกล่าวยังได้นำมาสู่การดำเนินงานร่วมกับกลุ่มคลัสเตอร์เชียงใหม่เมืองกาแฟ อย่างเช่น บริษัท พานาคอฟฟี่ จำกัด บริษัท ฮิลล์คอฟฟ์ จำกัด (ชาวไทยภูเขา) และเครือข่ายผู้ประกอบการ ในพื้นที่เชียงใหม่ ภายใต้การทำงานของศูนย์การเรียนรู้ที่ได้ดำเนินการร่วมกับ กสอ. โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 จ.เชียงใหม่ ในการคัดกรองเกษตรกรและผู้ที่สนใจในธุรกิจกาแฟเข้ามาเรียนรู้การปลูกและกระบวนการแปรรูป ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตามมาตรฐานสากล ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเพิ่มพื้นที่เพื่อการเพาะปลูกกาแฟ แบบออร์แกนิก (Organic) ร่วมกับชุมชนให้มากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดโลก โดยกาแฟออร์แกนิกสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าเมล็ดกาแฟทั่วไป ซึ่งพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีความเหมาะสมในการเพาะปลูกกาแฟ เนื่องจากที่ผ่านมามีการส่งเสริมปลูกกาแฟที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับการดูแลผืนป่า ซึ่งจะนำไปสู่การทำเกษตรกรรมที่ยั่งยืน (Sustainable Agriculture) ต่อไปในอนาคต

กำลังโหลดความคิดเห็น...