xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์” ยอดใช้สิทธิประโยชน์ GSP-FTA ม.ค. 62 มีมูลค่า 5,734 ล้านเหรียญ ลดลง 2.08%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กรมการค้าต่างประเทศเผยยอดใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าเดือน ม.ค. 62 มีมูลค่า 5,734 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.08% เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการส่งออกที่ปรับตัวลดลง อาเซียนนำโด่งเป็นตลาดที่ใช้สิทธิสูงสุด พร้อมแจ้งข่าว FTA อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ เป็นหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าใหม่ คาดส่งผลดีต่อการส่งออกไทย ส่วนการใช้สิทธิ GSP สหรัฐฯ ยังครองแชมป์ มั่นใจปีนี้ยอดใช้สิทธิทั้งปีโต 9%

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) และภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) เดือนม.ค. 2562 มีมูลค่ารวม 5,734.47 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.08% คิดเป็นอัตราการใช้สิทธิประโยชน์ฯ 74.60% โดยแบ่งเป็นมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA 5,323.15 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.82% และภายใต้ GSP 411.32 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.62% โดยการใช้สิทธิประโยชน์ฯ ที่ลดลงเป็นไปในทิศทางเดียวกับการส่งออกของไทยในเดือน ม.ค. 2562 ที่ลดลง 5.65% เพราะได้รับผลกระทบมาจากสงครามการค้า ความผันผวนของค่าเงินในตลาดโลก และการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินของหลายประเทศ

หากดูเฉพาะการใช้สิทธิประโยชน์ฯ ภายใต้ FTA ที่มีกับ 12 ประเทศ พบว่าตลาดที่มีการใช้สิทธิสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อาเซียน มูลค่า 2,052.36 ล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมาคือ จีน มูลค่า 1,243.63 ล้านเหรียญสหรัฐ ญี่ปุ่น มูลค่า 705.25 ล้านเหรียญสหรัฐ ออสเตรเลีย มูลค่า 642.29 ล้านเหรียญสหรัฐ และอินเดีย มูลค่า 354.91 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนตลาดที่มูลค่าการใช้สิทธิสูงสุด คือ เปรู เพิ่ม 90.43% เกาหลี เพิ่ม 18.88% และอินเดีย เพิ่ม 12.66% โดยข้อตกลง FTA ที่มีการใช้สิทธิสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ ไทย-เปรู เพิ่ม 114.74% ไทย-ชิลี เพิ่ม 101.20% ไทย-ญี่ปุ่น เพิ่ม 99.37% อาเซียน-เกาหลี เพิ่ม 94.11 และอาเซียน-จีน เพิ่ม 90.18 โดยสินค้าที่มีมูลค่าการใช้สิทธิสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ รถยนต์บรรทุก ผลิตภัณฑ์ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ น้ำมันปิโตรเลียม ข้าว และกุ้งอื่นๆ แช่แข็ง

อย่างไรก็ตาม ในเร็วๆ นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงการขอใช้สิทธิพิเศษทางภาษีภายใต้ FTA อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA) โดยได้มีการปรับพิกัดศุลกากรฉบับปี 2012 เป็น 2017 มีสินค้ากว่า 5,000 รายการ ซึ่งผู้ประกอบการที่จะส่งออกไปอาเซียน 10 ประเทศ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ จะต้องขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form AANZ ใหม่ ซึ่งกรมฯ จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2562 เป็นต้นไป ส่วนอินโดนีเซีย ที่เพิ่งปรับมาใช้ Form AANZ กรมฯ จะเริ่มให้บริการออกหนังสือรับรองได้ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2562 โดยประโยชน์ที่เกิดขึ้น ก็คือ ผู้ประกอบการสามารถใช้สิทธิภายใต้ AANZFTA ที่มีกฎถิ่นกำเนิดสินค้าเข้มงวดน้อยกว่า FTA ไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ซึ่งจะทำให้ไทยส่งออกไปออสเตรเลียได้ง่ายขึ้น และปัจจุบันผู้ประกอบการก็เริ่มหันมาใช้สิทธิภายใต้ AANZFTA เพิ่มขึ้น โดยปี 2561 มีการใช้สิทธิเพิ่มขึ้น 88% สินค้ารถกระบะสูงสุดอันดับ 1 มีมูลค่าการใช้สิทธิกว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือสัดส่วน 45.26% ของมูลค่าการใช้สิทธิทั้งหมด

นายอดุลย์กล่าวว่า สำหรับการใช้สิทธิ GSP ที่ไทยได้จาก 5 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐฯ สวิตเซอร์แลนด์ รัสเซีย และเครือรัฐเอกราช นอร์เวย์ และญี่ปุ่น เดือน ม.ค. 2562 ที่มีมูลค่า 411.32 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.62% หรือมีสัดส่วนการใช้สิทธิ 55.86% เป็นการใช้สิทธิภายใต้ระบบ GSP สหรัฐฯ สูงสุด 96% ของมูลค่าการใช้สิทธิ GSP มีมูลค่า 396.59 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.45% หรือมีสัดส่วน 64.24% ของมูลค่าการส่งออกที่ได้รับสิทธิ GSP ซึ่งมีมูลค่า 617.39 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าที่มีมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ฯ ภายใต้ระบบ GSP สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ ถุงมือยาง อาหารปรุงแต่ง เครื่องดื่มอื่นๆ และเลนส์แว่นตา

ทั้งนี้ ในปี 2562 กรมฯ ได้ประมาณการเป้าหมายอัตราการขยายตัวมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ฯ ที่มูลค่า 81,025 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 9% โดยมีปัจจัยจากการส่งออกของไทยที่มีแนวโน้มการขยายตัวไปในตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ และการพัฒนาระบบการให้บริการของกรมฯ เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนโยบายของภาครัฐที่คาดว่าจะมีการออกมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยสนับสนุนภาคการส่งออกของไทยให้เติบโต” นายอดุลย์กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...