xs
xsm
sm
md
lg

เบรก ทอท.ประมูลดิวตี้ฟรี “อาคม” สั่งเคลียร์ปม “ผูกขาด- เลี่ยง กม.ร่วมทุนฯ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“คมนาคม” สั่ง ทอท.ชะลอประมูลสัมปทานดิวตี้ฟรี-เชิงพาณิชย์ หลังถูกท้วงติดเรื่องเลี่ยง พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 62 และผูกขาด สั่งหารือ สคร.และคลังเป็นทางการ พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง และชี้แจงประเด็นรวมพื้นที่ 4 สนามบิน



นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้ออกประกาศเชิญชวนคัดเลือกเอกชน เรื่องงานให้สิทธิประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ณ ท่าอากาศยาน 4 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ เชียงใหม่ ภูเก็ต และหาดใหญ่ และประกาศในการบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในอาคารผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นั้น ได้มีข้อห่วงใยและข้อเสนอแนะจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวาง กระทรวงคมนาคมในฐานะผู้กำกับดูแล ได้พิจารณารายละเอียดแนวทางและรูปแบบการดำเนินงานของ ทอท.แล้วเห็นว่า ทอท.ควรชะลอการเปิดประมูลทั้ง 2 โครงการออกไปก่อน และให้คณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.พิจารณาทบทวนรูปแบบการให้เอกชนร่วมประกอบกิจการทั้ง 2 โครงการ ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะกำกับการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

โดยนำข้อห่วงใยและข้อเสนอแนะของทุกภาคส่วนไปประกอบการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบและให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศ โดยในประเด็นแรก ให้ ทอท.หารือกับกระทรวงการคลังอย่างเป็นทางการและให้ชัดเจน ว่าโครงการดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชน พ.ศ. 2562 ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2562 ที่ผ่านมาหรือไม่ รวมถึงขั้นตอนการดำเนินงานที่ถูกต้องและมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เกี่ยวข้องในข้อกฎหมาย

และประเด็นรูปแบบการเปิดประมูลรวบสัญญาดิวตี้ฟรีของสนามบินทั้ง 4 แห่งแบบสัญญาเดียว และพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่สนามบินสุวรรณภูมิแบบสัญญาเดียว ว่าจะเป็นการผูกขาดหรือไม่ และเป็นธรรมหรือไม่ เพราะตอนนี้ ทอท.แบ่งงานเป็น 3 กิจการ คือ ดิวตี้ฟรี, เชิงพาณิชย์ (retail, F&B, service และ bank) และกิจการให้บริการเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากร (duty free pick-up counter) ซึ่งในส่วนของดิวตี้ฟรีมีประเด็นว่าควรแยกออกจากกันกับหมวดหมู่สินค้า (Concession by Category) หรือไม่ รวมถึงพื้นที่เชิงพาณิชย์ควรมีหลายสัญญาหรือไม่

ทั้งนี้ ได้เชิญนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.มาหารือแล้ว ว่าจะต้องทำให้ 2 ประเด็นนี้มีความชัดเจนก่อนที่ ทอท.จะเดินหน้าประมูลทั้ง 2 โครงการนี้ คือ จะต้องสร้างความชัดเจนทั้งในแง่ข้อกฎหมาย และรูปแบบการดำเนินการที่เหมาะสมก่อน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและมีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้ ให้นายนิตินัยหารือกับประธานบอร์ดและบอร์ด ทอท.เพื่อกำหนดไทม์ไลน์ในการดำเนินการ ให้เป็นตามขั้นตอนกฎหมายและมติ ครม.ที่เกี่ยวข้อง และกำหนดตารางการเปิดประมูลใหม่

นายอาคมกล่าวว่า ประเด็นที่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2562 หรือไม่ ทอท.ต้องหารือกับ สคร.และคลัง หากเข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2562 จะมีขั้นตอนให้ดำเนินการตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่หากไม่เข้าพ.ร.บ.ร่วมทุน ฯ 2562 ตรงจุดนี้มีมติ ครม.ที่เกี่ยวข้องที่ให้กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลัก โดยมีกระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสมข้อสังเกต และสรุปผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินงานในภาพรวมส่งให้สำนักเลขาธิการ ครม.ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งคำสั่งและนำเสนอ ครม.ต่อไป เป็นหน่วนงานกลางที่เข้าไปดูในกรณีที่ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2562 เพื่อให้เกิดความโปร่งใส

“ทอท.ชี้แจงเบื้องต้นว่า ดำเนินโครงการโดยไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน 62 เพราะตีความว่าเป็นกิจการภายในของ ทอท. ขณะที่ ทอท.มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม และกระทรวงมีข้อสังเกตในเรื่องขั้นตอน ดังนั้น ทอท.มีหน้าที่ไปสอบถามกระทรวงการคลังอย่างเป็นทางการและส่งหนังสือตอบจากกระทรวงคลังมาให้กระทรวงคมนาคมรับทราบก่อนว่าเป็นอย่างไร ส่วนรวมสัญญาเดียวหากเห็นว่าเหมาะสมแล้ว ทอท.ต้องอธิบายชี้แจงให้เข้าใจ”

สำหรับ พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 มาตรา 7(3) ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการที่จะจัดทำโครงการร่วมลงทุนในกิจการเกี่ยวกับโครงสร้าง ท่าอากาศยาน การขนส่งทางอากาศ ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้




กำลังโหลดความคิดเห็น...