xs
xsm
sm
md
lg

สมอ.โชว์ พ.ร.บ.มาตรฐานฯ ปรับปรุงใหม่ ลดขั้นตอน-เพิ่มบทลงโทษคุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สมอ.เผย พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 ผ่าน สนช.แล้ว ย้ำปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ลดขั้นตอนเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ เพิ่มโทษขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัยมากขึ้น

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 ว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว โดย พ.ร.บ.ฉบับใหม่เพิ่มบทบัญญัติ ให้มีความทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค ทำให้สามารถควบคุมการตรวจสอบการผลิตและนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอันจะเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว และทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงทางการค้าของโลก และสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ขับเคลื่อนไปได้อย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับกลไกการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0


ทั้งนี้ มีการแก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้ทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) ต้องแสดงหลักฐานให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการ สมอ.ก่อนทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนั้น เว้นแต่เป็นการทำเพื่อการวิจัยและพัฒนา การทำเพื่อทดลองกระบวนการผลิต หรือการทำเป็นตัวอย่างเพื่อขอรับใบอนุญาต ให้แจ้งต่อ สมอ.ก่อนเริ่มทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนั้น และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ในกรณีที่ผู้นำเข้าต้องการนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อ ผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการด้วยวิธีอื่นใดกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนั้นเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักรทั้งหมด ผู้นำเข้าจะต้องแจ้งต่อ สมอ.ก่อนเริ่มการนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนั้น และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

ขณะเดียวกัน ยังกำหนดให้ผู้แจ้งเริ่มนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบรับแจ้ง และในกรณีที่ผู้นำเข้าต้องการนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) เข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร ต้องแสดงหลักฐานให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการ สมอ. ก่อนรับมอบไปจากเจ้าพนักงานศุลกากร สำหรับในกรณีที่เป็นการนำเข้ามาโดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำหน่าย แต่ได้นำมาเกินจำนวนที่ สมอ.กำหนด ต้องแจ้งต่อ สมอ.ก่อนรับมอบไปจากเจ้าพนักงานศุลกากร และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

นอกจากนี้ ยังอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและลดขั้นตอนในการดำเนินงานให้มีความสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น อาทิ ได้มีการแก้ไขในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน สามารถออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชนิดใดต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) หรือกฎเกณฑ์ของต่างประเทศหรือระหว่างประเทศทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้ และจะระบุวันเริ่มใช้บังคับน้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ได้ แก้ไขให้เลขาธิการ สมอ.เป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งผู้ตรวจสอบการทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือผู้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จากเดิมที่กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการแต่งตั้งให้สามารถดำเนินการได้โดยรวดเร็วและคล่องตัวยิ่งขึ้น รวมทั้งแก้ไขรูปแบบการกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) จากเดิมที่กำหนดให้ตราเป็น “พระราชกฤษฎีกา” เป็น ให้ออกเป็น “กฎกระทรวง” เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาในการจัดทำมาตรฐาน เพื่อให้สามารถคุ้มครองผู้บริโภคได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับบทลงโทษ ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยปรับปรุงให้สอดคล้องกันทั้งฉบับ รวมถึงการเปรียบเทียบคดีให้เกิดความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การเพิ่มโทษปรับของผู้ทำและนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก สมอ. จากเดิมจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และโทษสำหรับผู้จำหน่ายที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) โดยไม่แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน จากเดิมจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับตั้งแต่ 5 พัน-5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็น จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...