xs
xsm
sm
md
lg

ก.อุตฯ ผนึก 12 ค่ายรถประกาศผลิตสู่มาตรฐานยูโร 5 ปี 64 เร่งลดฝุ่น PM 2.5

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ระทรวงอุตสาหกรรมจับมือ 12 ค่ายรถยนต์ผนึกกำลังช่วยเร่งรัดลดฝุ่น PM 2.5 เดินหน้าผลิตและนำเข้ารถยนต์สู่มาตรฐานยูโร 5 ปี 2564 และมาตรฐานยูโร 6 ปี 2565 เทียบระดับสากลหลังล่าช้ามานานทั้งที่เป็นฐานผลิต ยันไม่มีผลต่อราคารถเพิ่มขึ้น ขณะที่ไร้เงา Chevrolet, Ford และ Honda

นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยหลังการลงนามร่วมกับบริษัทผู้ผลิตและนำเข้ารถยนต์ 12 ค่ายรถยนต์ ว่า การลงนามครั้งนี้เพื่อเป็นการประกาศเจตนารมณ์ของทุกภาคส่วนที่จะยกระดับมาตรฐานการระบายสารมลพิษจากเครื่องยนต์ให้เทียบยูโร 5 ภายในปี 2564 และยูโร 6 ภายในปี 2565 เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5

“จากปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 จึงได้มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับการผลิตและนำเข้ารถยนต์ในประเทศให้เป็นมาตรฐานยูโร 5 และยูโร 6 โดยในปี 2564 ที่จะก้าวสู่ยูโร 5 นั้นจะทำให้สามารถลดการปล่อยฝุ่นละอองที่เป็นพิษลงถึง 80%” นายสมชายกล่าว

นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการ สศอ. กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตและนำเข้ารถยนต์ 12 แบรนด์ ได้แก่ Audi, BMW, Isuzu, Mazda, Mercedes-Benz, Mitsubishi, Mini, MG, Nissan, Suzuki, Toyata และ Volvo ที่ได้ร่วมมือแสดงเจตจำนงที่จะยกระดับมาตรฐานการผลิตและนำเข้ารถยนต์เพื่อไปสู่สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น โดยยืนยันว่าการเปลี่ยนไปสู่มาตรฐานยูโร 5 นั้นจะไม่มีผลกระทบต่อราคารถยนต์ที่ต้องปรับเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากขณะนี้มาตรฐานยูโร 5 นั้นเทคโนโลยีมีการพัฒนาไปก่อนหน้าและเอกชนเองก็ผลิตมาตรฐานดังกล่าวเพื่อการส่งออกเป็นหลักอยู่แล้ว

“ยูโร 5 ไม่มีผลต่อราคารถยนต์ที่ต้องปรับแต่อย่างใด แต่ยูโร 6 นั้นคาดว่าจะไม่เกินหมื่นบาทต่อคันแต่เมื่อถึงตอนนั้นก็อาจไม่กระทบเลยก็ได้คงต้องดูเทคโนโลยีและรถแต่ละรุ่นด้วย ซึ่งที่ผ่านมาเราเป็นผู้นำในอาเซียนในการดำเนินมาตรฐานดังกล่าวแต่ช่วงหลังมาเราถดถอยไป โดยขณะนี้มีสิงคโปร์เป็นผู้นำที่ผลิตรถยนต์เป็นยูโร 6 ขณะที่จีนและอินเดียเองก็กำลังจะทำเป็นยูโร 6 ในปี 2563 เช่นกัน” นายณัฐพลกล่าว

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า สมอ.จะออกมาตรฐานการระบายสารมลพิษจากเครื่องยนต์เทียบกับปัจจุบันยูโร 4 เป็นยูโร 5 ภายในสิ้นปีนี้ จากนั้นจะมีผลบังคับในปี 2564 ส่วนยูโร 6 จะประกาศปี 2564 มีผลบังคับปี 2565 ซึ่งหากพิจารณาประเทศต่างๆ ถือว่าไทยล่าช้าทั้งที่ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญของโลก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาคเอกชนที่มาร่วมประกาศเจตจำนงในการผลิตและนำเข้ารถยนต์เป็นมาตรฐานยูโร 5 ในปี 2564 และยูโร 6 ในปี 2565 นั้นมี 12 แบรนด์ โดยพบว่าแบรนด์หลักที่ไม่มาร่วมครั้งนี้มี Chevrolet, Ford และ Honda โดยทาง Chevrolet และ Ford ทางผู้บริหารระบุว่าแจ้งทางบริษัทแม่ไม่ทัน ขณะที่ Honda รับทราบนโยบายแต่ไม่ได้แสดงตัวที่จะเข้าร่วมประกาศเจตจำนงครั้งนี้

นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ที่ปรึกษาบริหารอาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ยอมรับว่า ปัจจุบันการผลิตรถยนต์ของไทยยังเป็นมาตรฐานยูโร 4 ซึ่งการปรับเปลี่ยนไปสู่ยูโร 5 ภายในปี 2564 ทางโตโยต้าสามารถดำเนินการได้ทัน เพราะปัจจุบันมีการผลิตรถยนต์ที่รองรับยูโร 5 เพื่อส่งออกอยู่แล้ว แต่การเปลี่ยนจากยูโร 5 เป็นยูโร 6 นั้นต้องรอดูความพร้อมในการผลิตโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ต้องรองรับการเผาไหม้เพื่อไม่ให้เกิดฝุ่น รวมถึงการพัฒนาน้ำมันที่จะมารองรับ เพราะไทยมีน้ำมันหลายชนิด เชื่อว่าต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวของค่ายรถยนต์

“การผลิตรถยนต์รองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซลบี 20 หากรัฐบาลมีมาตรการสนับสนุน เช่น รถกระบะ ก็จะเป็นเรื่องที่ดีเพราะมีค่ายรถยนต์มีความพยายามจะพัฒนารุ่นรถให้สามารถรองรับการใช้น้ำมันบี 20 ได้มากขึ้น” นายศุภรัตน์กล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...