xs
xsm
sm
md
lg

ทอท.เผยปัจจัยบวกเพียบ-ลุยธุรกิจใหม่ดันปี 63 รายได้โตกว่า 20%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ทอท.คาดปี 62 รายได้พุ่ง ชี้ปัจจัยบวกเพียบ ทั้งการบินและผู้โดยสารที่โตกว่า 10% ขณะที่ตั้งบริษัทลูกลุยธุรกิจคาร์โก้, เทรดดิ้ง, รักษาความปลอดภัย, บริการภาคพื้น และเซ็นข้อตกลงเพิ่มการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ ดันปี 63 โตก้าวกระโดด

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. เปิดเผยว่า การดำเนินงานในปี 2562 คาดว่าจะเติบโตกว่า 10% จากจำนวนผู้โดยสารที่คาดขยายตัว 6-7% โดยผู้โดยสารต่างชาติจะเติบโตอย่างมาก ซึ่งช่วง 5 เดือนแรกของปี 62 (ต.ค. 61-ก.พ. 62) จำนวนผู้โดยสารเติบโตประมาณ 3.5%


ทั้งนี้ ทอท.จะมีรายได้จากธุรกิจคาร์โก้เพิ่มเข้ามาเป็นปีแรก หลังจากที่บริษัทจะเป็นผู้ดำเนินกิจการเอง โดยจะจัดตั้งบริษัทลูกที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางอากาศที่ได้รับการรับรอง (Certified Hub) ซึ่งจะเป็นการร่วมทุนระหว่าง ทอท. กับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทเทรดดิ้ง คาดว่าจะสามารถจัดตั้งบริษัทได้ในเดือน เม.ย.-พ.ค. 62

และยังเตรียมจะจัดตั้งอีกแห่งเป็นบริษัท เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งอยู่ระหว่างหารือเพื่อร่วมลงทุนกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าไทย พร้อมๆ กับการจัดตั้งบริษัทลูกหลายแห่งที่ ทอท.จะดำเนินการเอง ได้แก่ ธุรกิจรักษาความปลอดภัย ธุรกิจให้บริการภาคพื้น (Ground Service)

นอกจากนี้ ในเดือน เม.ย.นี้จะเปิดตัวแอปพลิเคชันรองรับบริการดิจิทัลแพลตฟอร์มที่เชื่อมทั้งการเดินทาง และธุรกิจคาร์โก้ ซึ่งธุรกิจใหม่ที่ ทอท.เริ่มดำเนินการในปีนี้จะรับรู้เต็มปีในปี 62/63 ทำให้คาดว่ารายได้จะเติบโตก้าวกระโดดมากกว่า 20% เพราะจะมีรายได้ที่ไม่ใช่ธุรกิจการบิน (Non-Aero) สัดส่วนเพิ่มขึ้นเกินกว่า 50% จากปัจจุบันมีสัดส่วน 45%

***คาดต้นปี 63 เริ่มบริหารสนามบินภูมิภาค 4 แห่งที่รับโอนจาก ทย.

นอกจากนี้ ในช่วงต้นปี 63 คาดจะเริ่มดำเนินการสนามบินภูมิภาคของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) 4 แห่ง ได้แก่ อุดรธานี, สกลนคร, ชุมพร และตาก ซึ่งที่เป็นสนามบินใหม่ที่ ทอท.จะเข้าบริหารใช้งบลงทุน 3.5 พันล้านบาท แบ่งเป็นงบปรับปรุงสนามบิน 1.5 พันล้านบาท และงบขยายสนามบิน 2 พันล้านบาท

***เซ็นข้อตกลงเพิ่มการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ

วันนี้ (4 มี.ค.) ทอท. และกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ได้ร่วมลงนามข้อตกลงการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินภูมิภาค 2 ฉบับ ได้แก่ ข้อตกลงการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื้อที่ประมาณ 19,251 ไร่ และข้อตกลงการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย รวมเนื้อที่ 8,184-0-76.9 ไร่ ทำให้ AOT สามารถนำพื้นที่ดังกล่าวให้ตอบสนองต่อความต้องการหลากหลาย ความคาดหวังของผู้โดยสารและผู้ที่เกี่ยวข้องกับกิจการท่าอากาศยาน

นายนิตินัยกล่าวว่า ทอท.ได้ประชุมความร่วมมือระหว่างองค์กรด้านการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุสำหรับท่าอากาศยานในความรับผิดชอบทั้ง 6 แห่ง ซึ่ง ทอท. กรมธนารักษ์ กรมท่าอากาศยาน และกองทัพอากาศ ได้ร่วมกันพิจารณาและแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุให้มีความสมบูรณ์ โดยเป็นการปรับปรุงในข้อกำหนดกิจกรรมอันเกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับกิจการท่าอากาศยานที่สามารถดำเนินการได้ในที่ราชพัสดุ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการที่ ทอท. จะดำเนินกิจกรรมเชิงพาณิชย์ 10 กิจกรรม

ได้แก่ โรงแรม การขนส่งและลอจิสติกส์ สำนักงานและศูนย์ธุรกิจ ร้านค้าและศูนย์การค้า การท่องเที่ยว และนันทนาการ การประชุมสัมมนาและนิทรรศการ ที่พักอาศัย การกีฬา การรักษาพยาบาล และกิจกรรมอื่นๆ

หลังจากลงนามข้อตกลงดังกล่าวแล้ว ทอท.จะเดินหน้าสรรหาผู้ประกอบการเข้ามาพัฒนาพื้นที่บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มี 2 แปลง ได้แก่ ที่ดินแปลง 37 ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ มีพื้นที่เหลือ 700 ไร่ ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาในปี 75 และที่ดินใกล้ท่าอากาศสุวรรณภูมิ เป็นที่ดินของ ทอท. มีเนื้อที่ 400 ไร่ รวมแล้ว 1,100 ไร่ โดยเปิดให้ผู้ประกอบการนำเสนอโครงการที่จะพัฒนาในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งยอมรับว่ามีเอกชนหลายรายได้นำเสนอบ้างแล้ว แต่เนื่องจากที่ดินแปลง 37 มีสัญญาเช่าใช้ถึงปี 75 การที่เอกชนเสนอโครงการอาจจะมีข้อจำกัด ที่อาจเป็นโครงการไม่ใหญ่ มีจุดคุ้นทุน 7-8 ปี

ดังนั้น ทอท.เตรียมทำหนังสือต่อกรมธนารักษ์เพื่อขอขยายเวลาเช่าออกไปอีก 30 ปี และต่ออายุได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 10 ปี รวมเป็น 50 ปี

ส่วนที่ดินของ ทอท.อยู่ระหว่างการแก้ไขการจัดโซนนิ่งของพื้นที่จากสีเขียวซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและที่พักอาศัย มาเป็นพื้นที่สีน้ำเงินที่เป็นพื้นที่ราชการ จะสามารถลงทุนโครงการได้ โดยขณะนี้มีเอกชนเสนอโครงการใหญ่ในพื้นที่นี้แล้ว จากนั้นจะพิจารณาความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่


กำลังโหลดความคิดเห็น...