xs
xsm
sm
md
lg

“สมคิด” ลั่น “บิ๊กตู่” คัมแบ็กสานต่อผลงานแน่! การันตี ศก.หลังเลือกตั้งโตก้าวกระโดด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“สมคิด” แจงนักลงทุนในเวทีสัมมนาใหญ่บีโอไอ มั่นใจผลงานที่ผ่านมาไม่ได้ขายฝัน แต่เป็นจริง หลังเลือกตั้งเชื่อ “บิ๊กตู่” จะกลับมา และเศรษฐกิจไทยจะโตแบบก้าวกระโดด ชี้ 4-5 ปีได้เปลี่ยนวิกฤตการเมืองเป็นโอกาส “อีอีซี” พลิกโฉมการลงทุน การเมืองมาเปลี่ยนแปลงได้ยาก มีกฎหมายรองรับ เผย 4 ปัจจัยดีๆ จะส่งเสริมให้เศรษฐกิจไทยโดดเด่นและแข็งแกร่งมากขึ้นในภูมิภาคอาเซียน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ปีแห่งการลงทุน : เปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดสัมมนา ซึ่งมีนักลงทุนไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานเกือบ 2,000 คน ว่า ช่วง 4 -5 ปีที่ผ่านมา วิกฤตการเมืองไทยเป็นโอกาสที่หายากมากในการปฏิรูปประเทศ ขณะนั้นไทยถูกมองว่าเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย แต่ปัจจุบันได้ถูกพลิกโฉมไทยมีตำแหน่งเป็นพลวัต และมีบทบาทสูงเชิงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และจะก้าวต่อไปโดยไทยจะมีการเลือกตั้งแน่นอน และเชื่อว่า คนไทยไม่ได้โง่ เพราะที่ผ่านมานโยบายต่างๆ ไม่ได้ขายฝัน แต่เกิดเป็นรูปธรรม จึงมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะกลับมาอีกแน่นอน เพื่อมาสานต่อนโยบายต่างๆ ที่วางไว้ ร่วมกับทุกท่านเพื่อเดินหน้าเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ซึ่งเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยหลังเลือกตั้งจะเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะนักลงทุนรออยู่แล้ว

“การปฏิวัติไม่ใช่การยึดอำนาจ แต่เป็นอุบัติเหตุทางการเมือง ตอนนั้นมาเพื่อรักษาความสงบเพื่อนำประเทศไปสู่ภาวะปกติ และผมก็มาดูแลเศรษฐกิจ เพราะรู้ว่าไม่แก้ไขก็จะลำบาก 4 ปีที่ผ่านมาโครงการเกิดขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ของไทย ด้วยความมุ่งมั่นต่อการเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับสิงคโปร์อดีตก็ไม่ได้โดดเด่น แต่ควมมุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงจึงโดดเด่น ไทยที่นำโดยท่านประยุทธ์เปลี่ยนแปลงมาสู่วันนี้ อันนี้ใช่การสืบทอดอำนาจหรือไม่” นายสมคิดกล่าว

ทั้งนี้ อนาคตการดำเนินงานของรัฐบาล ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ดังนั้น การเลือกตั้ง 24 มี.ค.นี้ จะมีทั้งข้อดีคือไทยจะกลับสู่สังคมโลกที่เป็นระบอบประชาธิปไตย แต่ข้อกังวลสิ่งดีๆ ที่ผ่านมาจะต่อเนื่องหรือไม่เมื่อมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งยืนยันว่าสิ่งที่ทำไว้เป็นเรื่องที่ดี การเมืองมาเปลี่ยนแปลงถือว่าผิดปกติ โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ก็มีกฎหมายรองรับ โครงการใหญ่ๆ ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานก็มีการประมูลและจะได้ผู้ชนะช้าสุดไม่เกิน มิ.ย.นี้ เป็นต้น โดยสิ่งที่ต้องดำเนินการสานต่อคือการเพิ่มมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงการผลิตบริการ ท่องเที่ยว ส่งออก เปลี่ยนผ่านประเทศสู่ดิจิทัล การเชื่อมโยงระบบลอจิสติกส์ เพื่อสร้างความเจริญไปสู่ภูมิภาค เป็นต้น

นายสมคิด กล่าวว่า ปี 2562 งานสัมมนาบีโอไอครั้งนี้ ต้องการสื่อว่าแม้อนาคตโลกไม่สดใสนัก ประเทศต่างๆ เผชิญท้าทาย แต่ไทยแม้จะหนีไม่พ้นต่อผลกระทบดังกล่าว แต่จะไม่รุนแรงนัก และตรงกันข้ามที่สิ่งดีๆ กำลังจะเกิดขึ้นกับไทย ได้แก่ 1.เศรษฐกิจไทยปี 2561 โต 4.1% จาก 4 ปีก่อนจีดีพี 0.9% เท่านั้น สวนทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก ไทยมีทุนสำรองถึงสองแสนล้านเหรียญสหรัฐฯ การเงินแข็งแกร่ง โครงการอีอีซีได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี การประชุมความร่วมมือระหว่างจีนและญี่ปุ่น ระบุเป้าหมายชัดเจนที่จะลงทุนยังไทย คือ อีอีซี บีโอไอประกาศปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุนที่จะทำให้เศรษฐกิจภายในเข้มแข็งมากขึ้น เป็นต้น

ประการที่ 2 การเปิดสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง หรือ HKETO ที่กรุงเทพฯ ทำให้เป็นประตูบานแรก เพื่อเปิดการเชื่อมต่อกับแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ GBA ของจีน และไทยจะใช้โอกาสนี้เชื่อมโยงการลงทุนระหวางอนุภูมิภาคทั้งสอง คือ ฮ่องกงในฐานะประตูแห่ง GBA และไทยเป็นประตูสู่ CLMVT ประการที่ 3 การเป็นประธานอาเซียนของไทยปีนี้ ท่ามกลางปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเคลื่อนตัวมาสู่เอเชีย จึงเป็นโอกาสให้ไทยแสดงถึงศักยภาพในเวทีโลกและประการที่ 4 คือ เดือน พ.ค.นี้ มีความสำคัญยิ่งต่อคนไทยโดยจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของในหลวงรัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นเอกภาพและความมั่นคงของแผ่นดิน

“หลายสิ่งที่ดีๆ กำลังเกิดขึ้นกับไทย สภาพแวดล้อมและเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปในทิศทางให้ไทยโดดเด่นทั้ง ศก.อนาคต และเชื่อมั่นว่านโยบายที่วางไว้จะหนุนส่งให้ไทยเปลี่ยนแปลงความท้าท้ายเป็นโอกาสได้ และโอกาสของไทยคือของท่าน” นายสมคิดกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...