xs
xsm
sm
md
lg

บ้านปูทุ่มงบ 835 ล้านเหรียญสหรัฐ ลั่นเป้าผลิตไฟ 4.3 พัน MW เร็วกว่ากำหนด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“บ้านปู” อัดงบลงทุน 835 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 62-63 ตั้งเป้าขายถ่านหินปีนี้ 48 ล้านตัน ขณะที่บ้านปูเพาเวอร์มั่นใจเพิ่มกำลังการผลิตครบ 4.3 พันเมกะวัตต์ เร็วกว่าแผนที่วางไว้ปี 68

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งงบลงทุนในช่วง 2 ปีนี้ (ปี 2562-2563) ประมาณ 835 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในจำนวนนี้เป็นเงินลงทุนในธุรกิจถ่านหินราว 110 ล้านเหรียญสหรัฐที่จะลงทุนในปีนี้ ธุรกิจไฟฟ้า 125 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนในจำนวนอีก 500 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับขยายการลงทุนธุรกิจเชลแก๊สในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ 200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และอีก 100 ล้านเหรียญสำหรับลงทุนในธุรกิจสมาร์ทเอนเนอร์ยี

อย่างไรก็ตาม ภายในปี 63 คาดว่าสัดส่วน EBITDA ของธุรกิจเชลแก๊สจะเพิ่มขึ้นเป็น 12% จากปัจจุบันอยู่ 8% ขณะธุรกิจไฟฟ้าจะมีสัดส่วน EBITDA ที่ 20% พลังงานทดแทน 10% ถ่านหิน 60%

โดยในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าขายถ่านหิน 48 ล้านตัน แบ่งเป็นอินโดนีเซีย 28 ล้านตัน โดยจำนวนนี้ขายล่วงหน้าแล้ว20% ที่เหลือจะพิจารณาซื้อขายตามทิศทางราคาตลาดโลก ส่วนถ่านหินในออสเตรเลีย 15 ล้านตัน จีน 5 ล้านตัน นอกจากนี้มีเป้าหมายขายถ่านหินในเวียดนาม 2 ล้านตัน

ด้านนายสุธี สุขเรือน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บ้านปู เพาเวอร์ หรือ BPP กล่าวว่า ปีนี้บริษัทเตรียมงบลงทุนราว 125 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับการลงทุนในโครงโรงไฟฟ้าถ่านหินซานซีลู่กวง ขนาดกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 395 เมกะวัตต์ (MW) โซลาร์ฟาร์มที่ประเทศญี่ปุ่นกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 196 เมกะวัตต์ และลงทุนในโครงการพลังงานลมในเวียดนามราว 80 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม สำหรับงบลงทุนปีนี้นั้นยังไม่รวมงบลงทุนซื้อกิจการ (M&A)

ปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิตที่จ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วทั้งสิ้น 2,150 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการพัฒนา 724 เมกะวัตต์ โดยในปีนี้เตรียม COD เพิ่มอีก 114.2 เมกะจำนวน 6 โครงการ แบ่งเป็นโซลาร์ญี่ปุ่น 5 โครงการกำลังการผลิต 62.2 เมกะวัตต์ และเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมที่หลวนหนาน 52 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถขยายกำลังการผลิตได้ครบ 4,300 เมกะวัตต์ เร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ในปี 2568 เนื่องจากเหลือกำลังการผลิตอยู่เพียง 1,426 เมกะวัตต์ก็จะครบตามเป้าหมาย ซึ่งขณะนี้บริษัทเล็งขยายการลงทุนใหม่เพิ่มเติมทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศเวียดนามมีโอกาสขยายการลงทุนพลังงานลมเพิ่มอีก 120 เมกะวัตต์รวมถึงโอกาสการลงทุนโซลาร์ฟาร์มอีกด้วย ขณะที่ในประเทศญี่ปุ่นยังมองหาโอกาสลงทุนโซลาร์ฟาร์มเพิ่มแม้รัฐบาลญี่ปุ่นจะมีนโนบายลดอัตราการรับซื้อไฟฟ้าลงก็ตามจะเน้นลงทุนซื้อโครงการที่ได้รับใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้าในราคาที่สูง ซึ่งปัจจุบันอยู่หว่างการพิจารณาอยู่ 3-4 โครงการ

ภาพรวมผลประกอบการในปีนี้ บริษัทฯ มั่นใจว่าจะเติบโตดีกว่าปี 61 ที่มีกำไรสุทธิ 3,812 ล้านบาท รายได้รวม 11,554 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้กำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงในปีนี้




กำลังโหลดความคิดเห็น...