xs
xsm
sm
md
lg

พบ “เที่ยวสบายๆ สไตล์ชลบุรี” ในงานไทยเที่ยวไทย 28 ก.พ.-3 มี.ค. ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อบจ.ชลบุรีเดินหน้าจัดแคมเปญ “เที่ยวสบายๆ สไตล์ชลบุรี” จัดหนักแพกเกจท่องเที่ยวราคาพิเศษลดแลกแจกแถมมากกว่า 50% ในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 50 ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-3 มีนาคม 2562 มั่นใจผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรีทะลุ 2.5 แสนล้านบาทในปี 2562

อบจ.ชลบุรีเดินหน้าจัดแคมเปญ “เที่ยวสบายๆ สไตล์ชลบุรี” จัดหนักแพกเกจท่องเที่ยวราคาพิเศษลดแลกแจกแถมมากกว่า 50% ในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 50 ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-3 มีนาคม 2562 มั่นใจผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรีทะลุ 2.5 แสนล้านบาทในปี 2562


นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชลบุรี เปิดเผยถึงการจัดแคมเปญ "เที่ยวสบายๆ สไตล์ชลบุรี" ในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 50 ว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยให้ท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมตลาดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ โดยให้บูรณาการร่วมกันเป็นองค์รวมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยให้เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก อันจะก่อให้เกิดการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปสู่ท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี และกระตุ้นภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ

แคมเปญ “เที่ยวสบายๆ สไตล์ชลบุรี” เป็นความร่วมมือระหว่าง อบจ.ชลบุรี เมืองพัทยา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา และองค์กรภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวภาคเอกชนของจังหวัดชลบุรี 26 ราย นำเสนอสินค้าและบริการการท่องเที่ยวที่น่าสนใจทั้งในส่วนของที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดชลบุรี ในราคาลดพิเศษกว่า 50% ซึ่งถือเป็นการมอบส่วนลดครั้งใหญ่สำหรับปีนี้ นำขบวนทัพจากโรงแรมที่พักชั้นนำ แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และสนามกอล์ฟในภาคตะวันออก มาร่วมแสดงสินค้าทางการท่องเที่ยวในงานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 50 ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-3 มีนาคม 2562 ในพื้นที่คูหา “เที่ยวสบายๆ สไตล์ชลบุรี” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


“อบจ.ชลบุรีให้ความสำคัญต่อการกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่สำคัญ เนื่องจากจังหวัดชลบุรีเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมการพักผ่อน ความบันเทิงหลากหลาย ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทุกวันตลอดทั้งปี มีการเดินทางที่สะดวก ประหยัดค่าใช้จ่าย คุ้มค่าต่อการเดินทาง และยังสามารถสร้างสรรค์สินค้าการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพออกมาช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจากกลุ่มคนไทยที่รักการเดินทาง และกระตุ้นเม็ดเงินด้านเศรษฐกิจให้แก่ประเทศได้อีกด้วย” นายวิทยา กล่าว

นายวิทยากล่าวด้วยว่า ในปีนี้จังหวัดชลบุรีตั้งเป้าหมายผลักดันให้มีผู้เดินทางมาเยี่ยมเยือนท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรีเพิ่มมากขึ้น โดยมุ่งเน้นให้มีการขยายระยะเวลาพำนักเฉลี่ย และทำกิจกรรมทางการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัว โดยคาดว่าในปี 2562 จังหวัดชลบุรีจะมีผู้เยี่ยมเยือน (พื้นที่พัทยา เมืองชลบุรี และบางแสน) เพิ่มขึ้นประมาณ 6-7% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2561 หรือคิดเป็น 18 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้ทางการท่องเที่ยวกว่า 260,000 ล้านบาท แบ่งเป็นชาวต่างชาติร้อยละ 60 และคนไทยร้อยละ 40 โดยมีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยวในเมืองพัทยา รองลงไปเป็นบางแสน และสัตหีบ


สำหรับภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เข้ามาเที่ยวจังหวัดชลบุรีมากที่สุด ประกอบด้วย จีน รัสเซีย เกาหลีใต้ อินเดีย เยอรมนี ตะวันออกกลาง อังกฤษ และไต้หวันตามลำดับ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยมีแนวโน้มเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นสถานที่พักผ่อนชายทะเลที่ใกล้กรุงเทพฯ

ปัจจุบันจังหวัดชลบุรีมีความพร้อมในการรองรับการท่องเที่ยวเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย โดยมีสถานที่พักมากกว่า 2,000 แห่ง ห้องพักจำนวน 67,094 ห้อง (จากฐานข้อมูลสำนักปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อใช้เป็นกลุ่มตัวอย่างสำหรับประเมินอัตราการเข้าพักเฉลี่ย) แหล่งท่องเที่ยวมากกว่า 50 แหล่ง รวมทั้งมีการขยายตัวของร้านอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างต่อเนื่อง


จากนโยบายของรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจ Thailand 4.0 เพื่อใช้เป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ด้วยการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (Eastern Economic Corridor) ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยจังหวัดชลบุรีได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวด้านการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เช่น การพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา ให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์แห่งที่สาม นโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่สำคัญ ได้แก่ การศึกษาระบบราง (รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก แอร์พอร์ตเรลลิงก์ ส่วนปัจจุบันและส่วนต่อขยาย และรถไฟฟ้าสายสีแดง) เพื่อเชื่อมโยง 3 สนามบิน ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา และมีการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกหลัก 3 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ท่าเรือมาบตาพุดระยะที่ 3 และท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ ทั้งยังมีการพัฒนาโครงข่ายรถไฟเชื่อมโยง 3 ท่าเรือ และพัฒนาระบบการจัดการขนส่งแบบบูรณาการทั้งรถไฟและท่าเรือแบบไร้รอยต่อ (Seamless Operation) ซึ่งเป็นโครงการหลักของ ECC ที่ต้องการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์การทางเศรษฐกิจระดับโลก


ทั้งนี้ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภามีสายการบินต่างๆ เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ โดยสายการบินมีทั้งแบบเที่ยวบินปกติ และเที่ยวบินเช่าเหมาลำ เส้นทางบินภายในประเทศ และต่างประเทศ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี อุบลราชธานี ภูเก็ต หาดใหญ่ ขอนแก่น หนานหนิง หนานชาง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ รัสเซีย และในขณะนี้ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาฯ ได้เปิดอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ (Terminal 2) สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 3 ล้านคนต่อปี ในปี 2562 สายการบิน TUI Airways แบบเช่าเหมาลำของประเทศอังกฤษได้เปิดเส้นทางบินตรงจาก 3 เมืองหลัก ได้แก่ Birmingham, London Gatwick และ Manchester ซึ่งเป็นการเปิดเส้นทางบินแบบ Long-haul จากอังกฤษมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งหนึ่งในสนามบินเป้าหมายที่พานักท่องเที่ยวจากอังกฤษเดินทางมาประเทศไทยในช่วงฤดูหนาว คือ สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา นับว่าเป็นโอกาสดีที่จะเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวจากประเทศภูมิภาคยุโรปให้สามารถเดินทางตรงเข้าสู่พัทยา จังหวัดชลบุรีได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...