xs
xsm
sm
md
lg

“ศิริ” ดันเปิดสำรวจฯ ปิโตรเลียมรอบใหม่ในอ่าวไทย มิ.ย.นี้ ยึดระบบ PSC

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ศิริ” มอบกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเตรียมพร้อมเปิดให้เอกชนยื่นสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่พื้นที่อ่าวไทยในระบบ PSC ภายใน มิ.ย.นี้ หวังรัฐบาลใหม่มาเดินหน้าได้ทันที แย้มเกณฑ์เหมือนเอราวัณ-บงกช โดยเฉพาะต้องเสนอให้หน่วยงานรัฐถือหุ้น 25% สุดปลื้มลงนามผู้ชนะประมูลเอราวัณ-บงกช สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่เปลี่ยนผ่านระบบสัมปทาน 40 ปีสู่ PSC สร้างประโยชน์ให้ชาติประชาชน 6.5 แสนล้านบาท



นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติศึกษาเตรียมพร้อมเพื่อเปิดเชิญชวนให้เอกชนยื่นประมูลขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่สำหรับแปลงสำรวจในพื้นที่อ่าวไทยด้วยระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC ) ภายในเดือน มิ.ย.นี้ โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขจะใช้แบบเดียวกับที่เปิดประมูลแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณและบงกช โดยเฉพาะการกำหนดให้ผู้เข้าร่วมประมูลต้องเสนอให้หน่วยงานรัฐเข้าไปถือหุ้นสัดส่วน 25% เป็นต้น

“แม้จะมีการเลือกตั้งแต่ทั้งหมดนี้จำเป็นจะต้องเตรียมการไว้เพื่อสร้างพลังงานให้รองรับการใช้ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต และเมื่อถึงเวลานั้นก็พร้อมให้กับรัฐบาลใหม่เข้ามาดำเนินการได้ทันที” นายศิริกล่าว

นายศิริยังกล่าวถึงการลงนามสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) สำหรับแปลงสำรวจปิโตรเลียมแหล่งเอราวัณ กับ บ.ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ร่วมกับ บ.เอ็มพี จี 2 (ประเทศไทย)จำกัด และ PSC สำหรับแหล่งบงกช กับ บ.ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด วันนี้ (25 ก.พ.) ว่านับเป็นการลงนามครั้งประวัติศาสตร์เนื่องจากแหล่งก๊าซฯ ทั้ง 2 แปลงได้ดำเนินการผลิตมาเป็นเวลาเกือบ 40 ปีภายใต้ระบบสัญญาสัมปทานที่จะสิ้นสุดอายุในปี 2565-66 และการประมูลภายใต้ PSC จะก่อให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานต่อเนื่องและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและประเทศ 6.5 แสนล้านบาทในระยะเวลา 10 ปี (ปี 2565-74)

สำหรับประโยชน์ที่เกิดขึ้น 6.5 แสนล้านบาท มาจากการที่ผู้ชนะประมูลเสนอส่วนลดราคาก๊าซธรรมชาติลงมาโดยราคาคงที่ 116 บาทต่อล้านบีทียูทั้ง 2 สัญญา มีมูลค่ารวม 5.5 แสนล้านบาทตลอด 10 ปี ประโยชน์ดังกล่าวจะถูกส่งผ่านในรูปของการลดค่าไฟฟ้าลงมา 15-20 สตางค์ต่อหน่วย (หลังปี 65) จากเดิมราคา 3.6 บาทต่อหน่วยจะเหลือ 3.4 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นมูลค่า 2 แสนล้านบาท, ลดราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) 0.50-1 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) รวมเป็นมูลค่าแสนล้านบาท เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีในการมีวัตถุดิบผลิตต่อเนื่องคิดเป็นมูลค่าแสนล้านบาท เพิ่มความมั่นคงด้านแอลพีจีและทำให้มีเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 1 บาทต่อ กก. คิดเป็นมูลค่าแสนล้านบาท นอกจากนี้รัฐยังได้ส่วนแบ่งจากกำไรที่จะได้เพิ่มขึ้นจากที่เอกชนเสนอให้ผลตอบแทนที่สูงกว่ากำหนดอีกแสนล้านบาท

“การประมูลด้วยระบบ PSC จนได้ผู้ชนะใน 2 แปลงดังกล่าวเป็นไปอย่างโปร่งใส และผลประโยชน์โดยรวมได้เพิ่มขึ้น และที่สำคัญได้กำหนดให้หลังหมดสัญญาจะต้องผลิตต่อเนื่องและกำหนดขั้นต่ำการผลิตรวมไว้ 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันแบ่งเป็นเอราวัณ 800 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน และบงกช 700 ลบ.ฟุตต่อวัน” นายศิริกล่าว

นางเปรมฤทัย วินัยแพทย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า กรมฯ จะติดตามใกล้ชิดเพื่อให้การผลิตช่วงรอยต่อที่จะสิ้นสุดสัญญากับรายเก่าไม่กระทบ ขณะเดียวกัน ต้องให้รายใหม่เข้าไปดำเนินการเพื่อเปลี่ยนผ่านหลังสิ้นสุดสัญญาเพื่อให้การผลิตก๊าซฯ เป็นไปตามกำหนดซึ่งทางผู้ชนะประมูลหลังจากนี้ 45 วันจะต้องส่งแผนการดำเนินงานในปีแรกมายังกรมฯ เพื่อที่จะร่วมดำเนินการใกล้ชิด
กำลังโหลดความคิดเห็น...