xs
xsm
sm
md
lg

บอร์ด ปตท.ทบทวนลงทุนโครงการแหลมฉบัง เฟส 3-อู่ตะเภา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บอร์ด ปตท.อนุมัติก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน EECi 2.5 พันล้านบาท รวมทั้งสั่งทบทวนการเข้าร่วมประมูลโครงการแหลมฉบัง เฟส 3-โครงการอู่ตะเภา เหตุมีปัจจัยเสี่ยงเยอะและไม่ชำนาญ ส่วนโครงการมาบตาพุด เฟส 3 ยันเข้าร่วมประมูลโดยจับมือกับกัลฟ์ โดยเปิดทางกัลฟ์ถือหุ้นใหญ่ 70% อ้างเป็นบริษัทเอกชนที่มีสัญญาไอพีพี 5 พันเมกะวัตต์ ทำให้มีความต้องการใช้ก๊าซฯ สูงในอนาคต

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2562 ได้อนุมัติการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเขตนวัตกรรมระเบียงบเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) วงเงินราว 2.5 พันล้านบาท เพื่อรองรับการเข้าลงทุนต่างๆ ที่จะเข้ามา โดยกลุ่ม ปตท.เตรียมงบลงทุนราว 2.64 แสนล้านบาท ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

นอกจากนี้ บอร์ด ปตท.ได้ทบทวนการลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 และโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงหลายเรื่องที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ รวมถึงการหาพันธมิตรร่วมทุนที่ยังไม่ลงตัว โดยปตท.ยังมีเวลาพิจารณาจะเลือกแนวทางใด มี 3 แนวทาง คือ เข้าร่วมประมูล ไม่ร่วมประมูล หรือรอเพื่อเจรจาร่วมทุนกับผู้ที่ชนะประมูล เช่นเดียวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เนื่องจากทั้ง 2 โครงการใช้เงินลงทุนสูง ผูกพันเวลานาน และเป็นธุรกิจที่ ปตท.ไม่มีความชำนาญ จำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและความเสี่ยงต้องบริหารจัดการได้

ส่วนโครงการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 นั้น ทางกลุ่ม ปตท.เข้าร่วมประมูลแน่นอน โดยได้มีการเจรจาหาผู้ร่วมทุนกับผู้ที่สนใจหลายราย สุดท้ายเลือก ปตท.เลือกร่วมทุนกับกลุ่มกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ เนื่องจากกัลฟ์เป็นประกอบการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าไอพีพี 2 โรงรวม 5 พันเมกะวัตต์ ทำให้มีความต้องการใช้ก๊าซฯ จำนวนมาก และโครงการมาบตาพุด เฟส 3 เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ที่รัฐอยากให้เอกชนลงทุน ซึ่ง ปตท.เองก็มีการลงทุนคลัง LNG อยู่แล้ว 2 แห่ง รองรับการนำเข้า 19 ล้านตันต่อปีในอนาคต เพียงพอป้อนความต้องการใช้ก๊าซฯในการผลิตไฟฟ้าตามแผน PDP 2018 ดังนั้น การร่วมทุนดังกล่าวจึงให้กัลฟ์ถือหุ้นใหญ่ 70% และ ปตท.30%

ทั้งนี้ กลุ่มกิจการร่วมค้ากัลฟ์ และพีทีที แทงค์ (บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด) ได้ยื่นซองข้อเสนอโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ 3 (ช่วงที่1) มูลค่าโครงการรวม 55,400 ล้านบาท โดยจะมีการสร้างคลัง LNG ใหม่ราว 5 ล้านตัน

นายชาญศิลป์กล่าวว่า ในปีนี้ความต้องการใช้ก๊าซฯเติบโตไม่มากเนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าโตเพียง 1% ทำให้ปีนี้ ปตท.มีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 4-5 ล้านตัน ซึ่ง ปตท.มีสัญญาซื้อขาย LNG ระยะยาวอยู่แล้ว 5 ล้านตัน ซึ่งการนำเข้าปัจจุบันยังเป็นไปตามสัญญาระยะยาว ทั้งเชลล์, บีพี, กาตาร์ และปิโตรนาส แต่ยังมองโอกาสการจัดหาเข้ามาเพิ่มเติมในอนาคต รวมถึงโครงการโมซัมบิกด้วย แต่ปัจจุบัน ปตท.ยังไม่ตัดสินใจซื้อ LNG จากแหล่งโมซัมบิกในเร็วๆ นี้ เนื่องจากต้องรอดูการใช้ก๊าซฯ ในระยะยาวและรัฐบาลชุดใหม่ก่อน เพราะการซื้อขายก๊าซฯจะเป็นข้อผูกพันระยะยาว

สำหรับภาพธุรกิจของ ปตท.ในปีนี้ กลุ่มโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ทั้งไออาร์พีซี ไทยออยล์ และพีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ได้ปัจจัยบวกจากกรณีที่องค์การทางเรือระหว่างประเทศ (IMO) บังคับให้สายการเดินเรือระหว่างประเทศต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงกำมะถันต่ำ หรือน้ำมันเตากำมะถันต่ำ (Low Sulfur Fuel Oil) ภายในวันที่ 1 ม.ค. 2563 ทำให้มีการเข้าน้ำมันดิบเบามากลั่นน้ำมันมากขึ้น ทำให้มีปริมาณน้ำมันเบนซินล้นตลาด ส่งผลให้สเปรดเบนซินลดลงจากเดิม 10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลงเหลือเพียง 2-3 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และราคาพาราไซลีนปรับตัวลง ขณะที่โรงกลั่นกลุ่ม ปตท.ส่วนใหญ่เน้นผลิตดีเซลเป็นหลักจึงไม่ได้รับผลกระทบ

รวมทั้งกลุ่มปิโตรเคมีได้หันไปทำตลาดส่งออกใหม่ใต่างประเทศทั้งตะวันออกกลางและอาฟริกา เพื่อลดความเสี่ยงการส่งออกไปจีนจากเดิม 50% เหลือเพียง 30% จึงได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐฯกับจีนไม่มาก
สำหรับการลงทุนในพื้นที่ EEC ของกลุ่ม ปตท.จะทยอยแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 63-66 ได้แก่ โครงการ EECi ที่มีกรอบวงเงินลงทุน 4.1 พันล้านบาท, ท่อส่งก๊าซฯเส้นที่ 5 มูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท, การขายท่อส่งก๊าซฯไปยังพื้นที่ EECi, คลัง LNG, การขยายกำลังการผลิตโอเลฟินส์, โครงการพลังงานสะอาด (CFP) ที่จะเพิ่มกำลังการกลั่นน้ำมันของ บมจ.ไทยออยล์ (TOP) วงเงิน 1.29 แสนล้านบาท, การสร้างโรงงานพาราไซลีน ของ บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC),โครงการ Utra Clean Fuel Project เพื่อรองรับการประกาศใช้น้ำมันดีเซลมาตรฐาน Euro V ของ IRPC เป็นต้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...