xs
xsm
sm
md
lg

กฟผ.ชง ครม.อนุมัติลงทุนกว่า 2 พันล้าน นำร่องติดโซลาร์ลอยน้ำเขื่อนสิรินธร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“กฟผ.” เตรียมเสนอ ครม.อนุมัติแผนลงทุนโซลาร์ลอยน้ำบนเขื่อนสิรินธร ลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาทเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นระบบไฮบริดแห่งแรกใหญ่สุดในโลก จากนั้นพร้อมลุยติดตั้งประกวดราคาแบบนานาชาติเพื่อเป็นโครงการนำร่องก่อน 45 เมกะวัตต์ จ่ายไฟปี 2563

นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วๆ นี้ เพื่ออนุมัติแผนลงทุนการผลิตไฟฟ้าผสมผสานกันระหว่างพลังน้ำจากเขื่อนกับพลังงานแสงอาทิตย์จากโซลาร์เซลล์ลอยน้ำบนเขื่อน (Hydro-Floating Solar Hybrid) นำร่องที่เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี กำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุนประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท นับเป็นโครงการไฮบริดแห่งแรกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งโครงการมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD) ปี 2563

“หลังจาก ครม.อนุมัติก็จะเดินหน้าเปิดประมูลงานรับเหมาก่อสร้าง (EPC) เพื่อติดตั้งแผงผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ (โซลาร์ลอยน้ำ) ซึ่งจะใช้วิธีประกวดราคาแบบนานาชาติได้ภายใน 1-2 เดือน เพราะแผงและทุ่นลอยน้ำในประเทศยังมีผู้ผลิตน้อยรายขณะที่เป้าหมายต้องการค่าไฟไม่เกิน 2.44 บาทต่อหน่วย จึงต้องนำร่องดำเนินการส่วนนี้ก่อนและเชื่อว่าระยะยาวต้นทุนแผงและทุนจะต่ำลง” นายเทพรัตน์กล่าว

ทั้งนี้ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (พีดีพี 2018) ปี 2561-80 กำหนดผลิตไฟฟ้าจาก
พลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งสิ้น 2,725 เมกะวัตต์ ซึ่ง กฟผ.มีศักยภาพในการผลิตได้ทั้งหมด 2,725 เมกะวัตต์ใน 9 เขื่อน 16 โครงการ และเขื่อนสิรินธรเป็น 1 ใน 9 เขื่อนที่จะนำร่องก่อนจากนั้นจะมีการประเมินผลการดำเนินงานก่อนที่จะดำเนินการในเขื่อนอุบลรัตน์ต่อไป โดยการลงทุนทั้งหมด 16 โครงการเงินลงทุนทั้งหมดไม่สามารถประเมินได้เพราะเนื่องจากเทคโนโลยีจะมีการเปลียนแปลงและเชื่อว่าต้นทุนในอนาคตจะลดต่ำ

อย่างไรก็ตาม ในแผนพีดีพีใหม่รัฐให้ความสำคัญต่อพลังงานหมุนเวียน (RE) ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์ของโลกและ กฟผ.ได้สนับสนุนมาตลอด แต่สิ่งที่ กฟผ.กังวลคือพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) พลังงานลม ยังไม่เสถียร (Firm) และยังพบว่าการผลิตไฟใช้เอง (IPS) ที่เป็นการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งการผลิตไฟฟ้าเหล่านี้ขึ้นอยู่กับแสงแดด และลม เมื่อเกิดปัญหาจะดึงระบบไฟส่วนกลางเข้าป้อน กฟผ.ในฐานะดูแลความมั่นคงขณะนี้ยังรองรับได้เพราะพลังงานเหล่านี้ยังไม่มากแต่วันหนึ่งเข้ามามากๆ แล้วอาจเกิดปัญหาได้

“เวลาแดด ลมไม่มีก็จะมาดึงไฟจากระบบรวม กฟผ. ทำให้ กฟผ.เหมือนกับคนที่ติดเครื่องยนต์ไว้แล้วต้องคอยแตะเบรกไว้แทนที่จะเดินเครื่องนิ่งๆ สม่ำเสมอไปเรื่อยๆ และการซ่อมบำรุงก็จะมีสูง อายุโรงไฟฟ้าก็จะสั้นลงมากกว่าปกติ ภาระเหล่านี้สุดท้ายก็จะถูกผลักไปยังคนที่ไม่ติดตั้งโซลาร์ฯ ซึ่งมันไม่แฟร์ ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้การซื้อไฟจากโซลาร์ภาคประชาชนอยากให้เป็น Firm แต่ยอมรับว่ามันเป็นไปได้ยากก็ต้องไปดูในเรื่องของการบริหารระบบส่งรองรับ ซึ่ง กฟผ.มองเรื่องการออกแบบระบบ Egat Micro EMS เพื่อที่จะรองรับไมโครกริดในอนาคตด้วย” นายเทพรัตน์กล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...