xs
xsm
sm
md
lg

กลุ่ม ปตท.อัดเงินลงทุนปีนี้ 4.5 แสนล้าน เร่งศึกษาระบบลอจิสติกส์สรุปเร็วๆ นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กลุ่ม ปตท.อัดเงินลงทุนปีนี้ 4.5 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากงบลงทุนเพื่อซื้อกิจการ GLOW ของ GPSC 1.4 แสนล้านบาท และ ปตท.เอง 1.3 แสนล้านบาท โดย ปตท.เตรียมศึกษาแผนลงทุนระบบลอจิสติกส์รับโอกาสรับขยายลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางรถไฟ ทางอากาศ ทางน้ำ เสร็จกลางปีนี้ ด้าน ปตท.สผ.ตั้งเป้าปริมาณขายโตเฉลี่ย 5% ถึงปี 73 แย้มโครงการ Gas to Power ในพม่าชัดเจน 2-3 เดือนนี้ โดยดึง GPSC เข้าร่วม ขณะที่ไทยออยล์ลั่นโรงกลั่นพร้อมเร่งปรับมาตรฐานยูโร 5 เสร็จทันใน 3 ปี

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่าในปี 2562 ปตท.จะใช้เงินลงทุนกว่า 1.3 แสนล้านบาทเพื่อขับเคลื่อนโครงการสำคัญ คือ การลงทุนขยายคลังรับก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) แห่งที่ 1 เป็น 11.5 ล้านตันตันต่อปี และแห่งที่ 2 ขนาด 7.5 ล้านตันต่อปี เพื่อรองรับกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่ลดลง และเดินหน้าโครงการก่อสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก เส้นที่ 5 ที่จะเชื่อมการส่งก๊าซจากภาคตะวันตกและภาคตะวันออก รองรับความเสี่ยงหากพม่าหยุดการจ่ายก๊าซ รวมถึงอยู่ระหว่างศึกษาแผนลงทุนระบบลอจิสติกส์และคลังน้ำมันบนภาคพื้นดินและอากาศยานเพื่อรองรับการขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ เช่น รถไฟรางคู่ การขนส่งทางเรือ และทางอากาศ คาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จกลางปีนี้ ก่อนกำหนดกลยุทธ์การลงทุนต่อไป

เบื้องต้นบริษัทในกลุ่ม ปตท.ได้กำหนดงบลงทุนโครงการต่างๆ ในปี 2562 รวม 4.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็นบมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) ใช้เงินลงทุน 6 หมื่นล้านบาท, บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล 5 หมื่นล้านบาท, บมจ.ไทยออยล์ 4 หมื่นล้านบาท, บมจ.ไออาร์พีซี 3 หมื่นล้านบาท, บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) 1.4 แสนล้านบาท และ ปตท. 1.3 แสนล้านบาท

“ในช่วง 5 ปีนี้กลุ่ม ปตท.ใส่เม็ดเงินลงทุนเข้าไปในโครงการต่างๆ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ราว 3-4 แสนล้านบาทต่อปี เพื่อสนับสนุนนโยบายของภาครัฐและขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศ”

นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP กล่าวว่า ในปี 2562 ปตท.สผ.มีแผนจะใช้งบลงทุนราว 6 หมื่นล้านบาท และมีเป้าหมายสร้างการเติบโตในส่วนของปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ยปีละ 5% ตลอด 10 ปี จนถึงปี 2573 จากปี 2561 มีปริมาณการขายอยู่ที่ 3.18 แสนบาร์เรลต่อวัน โดยจะเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมจากปัจจุบัน 670 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็นอายุ 5 ปี จะเพิ่มเป็น 900 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็น 7 ปี หลังจากเซ็นสัญญาดำเนินโครงการแหล่งเอราวัณและบงกชกับภาครัฐที่ ปตท.สผ.เป็นผู้ชนะการประมูล

ขณะนี้ ปตท.สผ.จะเน้นการเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมเพื่อเพิ่มมาร์จิ้น โดยไม่ทิ้งโอกาสการเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในแหล่งปิโตรเลียมที่ดำเนินการผลิตแล้วในแถบอาเซียน ตะวันออกกลาง เช่น โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งในปีนี้ก็มีโอกาสในการลงทุนธุรกิจใหม่ เช่น ธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจร (Gas Value Chain) เช่น ธุรกิจโรงไฟฟ้า (Gas to Power) โดยโครงการในพม่าคาดว่าจะได้รับข่าวดีภายใน 2-3 เดือนนี้โดยจะดึง GPSC เข้าไปทำธุรกิจไฟฟ้าร่วมกันด้วย

นายอธิคม เติบศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP กล่าวว่า บริษัทจะใช้เงินลงทุนในช่วง 4 ปี (2562-2565) อยู่ที่ 5.1 พันล้านดอลลาร์ จะใช้สำหรับโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project : CFP) ที่เป็นการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นและเพิ่มกำลังการกลั่นน้ำมันเป็น 4 แสนบาร์เรลต่อวัน จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.7 แสนบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2565

ในส่วนนี้จะเป็นการผลิตน้ำมันตามมาตรฐานยูโร 5 ซึ่งหากภาครัฐต้องการให้ดำเนินการเสร็จเร็วขึ้นจากปกติแล้วเสร็จในปี 2567 นั้น ภาครัฐต้องประกาศแผนในปีนี้ เพื่อที่บริษัทจะเร่งการลงทุนให้เสร็จใน 3 ปี หรือในปี 2565 ส่วนยอดขายปีนี้ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน คาดว่าน่าจะใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC กล่าวว่า บริษัทเตรียมเงินลงทุนช่วง 3 ปี 1.4 แสนล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 4 หมื่นล้านบาท โดยปีนี้จะมีการลงทุนประมาณ 50,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนตามแผน 40,000 ล้านบาท ลงทุนตั้งโรงงานรีไซเคิลเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน 3,000 ล้านบาท และร่วมลงทุนประมาณ 5,000- 10,000 ล้านบาท

ขณะนี้เศรษฐกิจโลกเริ่มมีสัญญาณที่ดีในการเจรจาข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวขึ้น ทำให้ความเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอยมีแนวโน้มลดลง ดังนั้นในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีผลการดำเนินงานดีต่อเนื่องจากปีก่อน

ขณะที่ปี 2563 จะเป็นปีที่ดีอีกปีหนึ่ง เนื่องจากรับรู้รายได้จากโครงการปรับปรุงกระบวนการผลิตโอเลฟินส์ (ORP : Olefins Reconfiguration Project) โครงการผลิตสารโพรพิลีน ออกไซด์ (Propylene Oxide Project) และโครงการผลิตสารโพลีออลส์ (Polyols Project) จะแล้วเสร็จ

นายนพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC กล่าวว่า บริษัทตั้งเงินลงทุนช่วง 5 ปีไว้ที่ 7 หมื่นล้านบาท ขับเคลื่อนการลงทุนตามแผนยุทธศาสตร์ใหม่ ภายใต้ชื่อ GDP (Power of Growth Power of Digital และ Power of People) โดยงบลงทุนส่วนใหญ่ใช้สำหรับโครงการ Maximum Aromatics (MARS) มูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายกำลังผลิตอะโรเมติกส์ โดยจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตพาราไซลีนเป็น 1.1-1.3 ล้านตันต่อปี และผลิตเบนซินเพิ่มเป็น 3-5 แสนตันต่อปี คาดว่าเสร็จในปี 2566 และการลงทุนโครงการ Ultra Clean Fuel Project (UCF) เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการประกาศใช้น้ำมันดีเซลมาตรฐาน ส่วนยอดขายปีนี้ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน

นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC กล่าวว่า ปีนี้บริษัทจะใช้เงินลงทุนส่วนใหญ่สำหรับการเข้าซื้อกิจการบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW ตามวงเงินที่ขออนุมัติผู้ถือหุ้นไป 1.4 แสนล้านบาท

ขณะที่ผลการดำเนินงานในปีนี้คาดว่าจะเริ่มรับรู้จากโครงการลงทุน ได้แก่ การเข้าซื้อโซลาร์ฟาร์ม 9 โครงการ, โครงการน้ำลิก และไยะบุรี ตามสัดส่วนถือหุ้น รวมถึงยังมีโอกาสเติบโตจากการเข้าซื้อหน่วยผลิตไฟฟ้า (Energy Recovery Unit : ERU) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ CFP ของไทยออยล์ และยังจะเข้าร่วมลงทุนโรงไฟฟ้าในพม่ากับ ปตท.สผ.ในอนาคตด้วย

ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR กล่าวว่า ในปีนี้จะเดินหน้านำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงยังไม่สามารถบอกรายละเอียดตัวเลขได้ แต่กลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทจะเน้นรักษาฐานการเติบโตของธุรกิจน้ำมัน และมุ่งขยายการเติบโตธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (นอนออยล์) และขยายการลงทุนในต่างประเทศ


กำลังโหลดความคิดเห็น...