xs
xsm
sm
md
lg

IRPC ชี้ปี 61 กำไรจากการดำเนินงานสูงกว่าปี 60

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ไออาร์พีซีระบุปี 61 ได้รับผลกระทบจากการขาดทุนสต๊อกน้ำมันเล็กน้อยจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงในช่วงปลายปี กดดันกำไรสุทธิต่ำกว่าปี 60 แต่มีกำไรจากการดำเนินงานสูงกว่าปีก่อน คาดราคาน้ำมันอยู่ระดับ 60-70 เหรียญต่อบาร์เรลใน 3-4 ปีนี้

นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2561 ว่า บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานในปี 2561 สูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2560 ที่อยู่ระดับ 8 พันล้านบาท แม้ว่ากำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม (GIM) ที่ไม่รวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันจะอ่อนตัวลงราว 1 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากระดับ 14.48 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปี 2560 เป็นผลจากราคาผลิตภัณฑ์ลดลง และค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น แต่บริษัทได้ขยายการลงทุนก่อนหน้านี้ ทำให้รับรู้ผลการดำเนินงานได้เต็มปีจากโครงการที่แล้วเสร็จในปี 60 ทั้งโครงการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ (UHV) ของโรงกลั่น และการขยายกำลังการผลิตโพลีโพรพิลีน (PP) อีก 3 แสนตัน/ปี และโรงไฟฟ้าไออาร์พีซี คลีน เพาเวอร์ ขนาด 240 เมกะวัตต์ (MW) แล้วเสร็จ ตลอดจนโครงการ Everest forever ซึ่งเป็นโครงการที่จะดำเนินการต่อจากโครงการ EVEREST เพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรในทุกด้าน ช่วยหนุนให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกำไรสุทธิปี 2561 จะได้รับผลกระทบจากขาดทุนสต๊อกน้ำมันเล็กน้อย หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงในช่วงปลายปี เมื่อเทียบกับปี 60 ที่มีกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ราว 1.14 หมื่นล้านบาท ทำให้ปี 2561 บริษัทมีกำไรสุทธิต่ำกว่าปี 2560
 
นายสุกฤตย์กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการซื้อกิจการ (M&A) นั้นปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อซื้อกิจการโรงงานผลิตภัณฑ์ขั้นปลายที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจในไทยจำนวน 1-2 ดีล และพิจารณาลงทุน 2 ดีลสตาร์ทอัพในสิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งยังไม่สามารถระบุระยะเวลาสรุปดีลที่แน่ชัดได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2561 บริษัทได้เข้าลงทุน 15% ในบริษัท Guangzhao Saiju Performance Polymer Ltd. (GZSJ) ซึ่งบริหารจัดการ Platforms ภายใต้ชื่อ "IPLAS" โดย GZSJ ดำเนินธุรกิจด้านการซื้อขายสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมพลาสติกผ่านระบบ E-Commerce รายใหญ่ในจีน โดยปีนี้บริษัทได้ร่วมกับ GZSJ ตั้งบริษัทร่วมทุนในไทย โดยบริษัทถือหุ้น 55% และ GZSJ ถือหุ้น 45% เพื่อพัฒนาธุรกิจซื้อขายสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมพลาสติกผ่านระบบ E-Commerce ในไทย ซึ่งเตรียมที่จะเปิด Platforms เพื่อให้เกิดการซื้อขายได้ในช่วงไตรมาส 3/62 ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกได้มากขึ้น และง่ายขึ้นจากเดิมต้องซื้อผ่านเอเยนต์ โดยตั้งเป้าหมายการซื้อขายผ่าน Platforms ดังกล่าวจะมีปริมาณราว 30% ของการขายสินค้าผ่านรีเทล

ส่วนทิศทางราคาน้ำมันระยะยาวในช่วง 3-4 ปีนี้จะเคลื่อนไหวในช่วง 60-70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นราคาที่เหมาะสม แม้บางช่วงราคาน้ำมันอาจจะแกว่งตัวขึ้นลงไปบ้าง โดยหากราคาน้ำมันปรับขึ้นไปสูงก็อาจจะมีการผลิตของกลุ่ม Shale oil, Shale gas ออกมาก็จะกดให้ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง


กำลังโหลดความคิดเห็น...