xs
xsm
sm
md
lg

บอร์ดอีอีซีไฟเขียว “ดีอี” เปิดขายซองชิง EECd 25 ม.ค.-15 ก.พ.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“บอร์ดอีอีซี” ไฟเขียวกระทรวงดีอีเตรียมออกทีโออาร์เปิดเอกชนลงทุนพัฒนาเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล “อีอีซีดี” เริ่ม 25 ม.ค. - 15ก.พ.นี้ ลั่น 5 บิ๊กโปรเจกต์อีอีซีมั่นใจจะได้รายชื่อผู้ที่ชนะประมูลทั้งหมดเพื่อเสนอ ครม.ในรัฐบาลชุดนี้แน่นอน ส่วนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อพัฒนาอีอีซีฉบับสมบูรณ์ได้เห็นภายใน เม.ย.นี้

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานวันนี้ (23 ม.ค.) ว่า กพอ.ได้อนุมัติในหลักการพัฒนาโครงการเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Park Thailand : EECd) ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการพัฒนาด้านนวัตกรรมดิจิทัล ซึ่งมีระยะเวลาการร่วมทุน 50 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 64 โดยมีเงินลงทุนรวม 4,342 ล้านบาท เอกชนเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด ประเมินผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 1.68 แสนล้านบาท (NPV) และผลประโยชน์ต่อประเทศ โดยมีผลประโยชน์ทางการเงินที่ภาครัฐจะได้รับ มากกว่า 3,402 ล้านบาท (PV)

ทั้งนี้ ดีอีอยู่ระหว่างเตรียมออกเงื่อนไขการประมูลหรือทีโออาร์เพื่อเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนโดยจะเปิดขายซองเอกสารประกวดราคาโครงการ EECd ในวันที่ 25 ม.ค. - 15 ก.พ. 62 ซึ่งผลประโยชน์ที่ประเทศและประชาชนได้รับจากโครงการนี้จะเป็นศูนย์กลางการลงทุน และพัฒนาด้านนวัตกรรมดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีธุรกิจมากกว่า 1,580 ราย สร้างงานในระหว่างก่อสร้าง และจ้างงานต่อเนื่องจากอุตสาหกรรม/ภาคบริการ โดยเฉพาะในกลุ่มดิจิทัล เพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมเป้าหมายด้านดิจิทัล (New S-Curve Digital Industry) ยกระดับความเป็นอยู่ผ่านการพัฒนาเมืองดิจิทัล ภายใต้แนวคิด Smart City ประชากรกว่า 33,700 คน ผลประโยชน์ทางเศรษฐศาสตร์ มูลค่าปัจจุบันสุทธิ 431,337 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังได้รับทราบความก้าวหน้า โครงสร้างพื้นฐาน จำนวน 5 โครงการ การดำเนินงานที่ผ่านมา ได้แก่ 1. โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ผ่านการประเมินข้อเสนอ ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในเดือน ม.ค.นี้ โดยอัยการจะตรวจร่างสัญญาแล้วเสร็จและเสนอ กพอ.อนุมัติผลการคัดเลือกภายในเดือน ก.พ. ก่อนนำเสนอ ครม.

2. โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก อยู่ระหว่างการตอบคำถามผู้ซื้อเอกสารการคัดเลือก และจะประชุมชี้แจงเอกสารการคัดเลือกเอกชน ครั้งที่ 2 ในวันที่ 8 ก.พ. 62 โดยกำหนดให้เอกชนยื่นข้อเสนอในวันที่ 28 ก.พ. 62 คาดว่าจะได้ผู้ผ่านการประเมินภายในกลางเดือน เม.ย. 62

3. โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F หลังจากการเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอในวันที่ 14 ม.ค. 62 มีผู้สนใจยื่นข้อเสนอ 1 ราย และไม่ผ่านการประเมินคุณสมบัติ คณะกรรมการคัดเลือกได้พิจารณาแล้วให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย รับฟังความคิดเห็นภาคเอกชนอีกครั้งในวันที่ 21 ม.ค. 62 โดยนำความคิดเห็นภาคเอกชนมาปรับปรุงเอกสารคัดเลือกให้เป็น International Bidding มากขึ้น และประกาศเชิญชวนเชิญชวนการคัดเลือกเอกชนในวันที่ 24 ม.ค. 62 ขายเอกสารคัดเลือกเอกชนฉบับแก้ไข 28 ม.ค. - 1 ก.พ. 62 โดยให้เอกชนยื่นข้อเสนอใหม่วันที่ 29 มี.ค. 62 คาดว่าจะได้ผู้ผ่านการประเมินภายในเดือน เม.ย. 62

4. โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 สิ้นสุดการตอบคำถามเกี่ยวกับเอกสารการคัดเลือกเอกชนในวันที่ 22 ม.ค. 62 ให้เอกชนยื่นข้อเสนอในวันที่ 6 ก.พ. 62 คาดว่าจะประกาศผู้ผ่านการประเมินภายในเดือน มี.ค. 62 และ 5. โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา อยู่ระหว่างให้เอกชนส่งคำถามผ่านอีเมล ถึงวันที่ 4 ก.พ. 62 และเปิดให้ตรวจสอบข้อมูลโครงการ ถึงวันที่ 1 ก.พ. 62 หลังจากนั้นจะเปิดซองข้อเสนอจากบริษัท Airbus S.A.S. ในวันที่ 18 ก.พ. 62 และประเมินข้อเสนอแล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ. 62

“คาดว่าทั้ง 5 โครงการจะสามารถนำรายชื่อเอกชนผู้ลงทุนเสนอให้ ครม.รับทราบได้ภายในรัฐบาลนี้ ส่วน การจัดทำแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดินและแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค 8 ระบบ ตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 ได้เปิดรับฟังความเห็น 4 ครั้งทำร่วมกับกรมโยธาธิการ คาดว่าฉบับสมบูรณ์จะแล้วเสร็จภายในเดือน เม.ย. 62” นายคณิศกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...