xs
xsm
sm
md
lg

“สนธิรัตน์” ประกาศดันราคามันสำปะหลัง ตั้งเป้าปีนี้เป็นปีทองของเกษตรกรอีกปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“สนธิรัตน์” ประกาศดันปีนี้เป็นปีทองของเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังอีกปี มั่นใจดูแลราคาให้ทรงตัวอยู่ในระดับสูงได้ต่อเนื่อง หลังมีแผนชัดทั้งการหาตลาด ดูแลด้านสินเชื่อ มีมาตรการช่วยลดต้นทุน พร้อมขอเกษตรกรช่วยยกระดับคุณภาพมาตรฐาน และป้องกันโรคใบด่าง ส่วนราคาราคาหัวมันสดเฉลี่ยอยู่ที่กิโลฯ ละ 2.81 บาท

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินการภายใต้มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลัง และพบปะเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ณ สหกรณ์การเกษตรปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ว่าปีนี้กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อรักษาระดับราคามันสำปะหลังในปี 2562 ให้ทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไป เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังมีรายได้ และมีเป้าหมายผลักดันให้เป็นปีทองต่ออีกปี หลังจากที่ปี 2561 ราคาได้เคยขึ้นไปสูงสุดถึงกิโลกรัม (กก.) ละ 3.04 บาท เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่ กก.ละ 1.81 บาท

“ปัจจุบันราคามันสำปะหลังเชื้อแป้ง 25% เฉลี่ยอยู่ที่ กก.ละ 2.81 บาท เป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ เพราะมีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ประมาณ 1.90 บาท ซึ่งจะพยายามรักษาระดับราคาให้อยู่ในระดับนี้ต่อไป โดยต้องการที่จะทำให้ทองคำที่อยู่ในดินของพี่น้องเกษตรกรมีราคา มีคุณค่า โดยกระทรวงพาณิชย์มีแผนจะร่วมมือกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการทำตลาดและหาตลาดรองรับผลผลิตที่กำลังออกสู่ตลาด แต่พี่น้องเกษตรกรต้องร่วมมือกับกระทรวงฯ ด้วย ต้องช่วยกันรักษาคุณภาพมาตรฐาน และช่วยกำจัดโรคใบด่างที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในประเทศคู่แข่ง อย่าให้มาระบาดในไทย ถ้าทำได้แบบนี้ ราคาดีแน่” นายสนธิรัตน์กล่าว

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า กระทรวงฯ ยังได้จัดให้มีการลงนามในบันทึกความร่วมมือ (MOU) จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ การรับซื้อมันสำปะหลังราคาที่เป็นธรรม ระหว่างเกษตรกรและโรงงานแป้งมันสำปะหลัง และแนวทางการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทย ระหว่างสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังให้ได้รับผลตอบแทนจากการจำหน่ายผลผลิตในราคาที่คุ้มกับต้นทุนการผลิต

ส่วนมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังปี 2561/62 มีมาตรการดูแลทั้งระบบตั้งแต่การผลิตจนถึงการตลาด โดยในด้านสินเชื่อจะให้สินเชื่อสหกรณ์ดอกเบี้ยต่ำ 1% ต่อปี ระยะเวลา 12 เดือน วงเงินสินเชื่อ 1,500 ล้านบาท เพื่อรวบรวมรับซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกร และให้สินเชื่อเกษตรกร ดอกเบี้ยต่ำ 0.5% ต่อเดือน รายละไม่เกิน 20,000 บาท เป้าหมายเกษตรกร 100,000 ราย วงเงินสินเชื่อ 2,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินในครัวเรือน เพื่อลดปัญหาการก่อหนี้นอกระบบของเกษตรกร

นอกจากนี้ ยังให้การสนับสนุนเงินทุนการเพาะปลูกระบบน้ำหยด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รายละไม่เกิน 230,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำ 4% ต่อปี วงเงินสินเชื่อ 1,150 ล้านบาท, สนับสนุนเครื่องสับมันขนาดเล็ก เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรสามารถแปรรูปเป็นมันเส้นในการเพิ่มมูลค่าผลผลิต จำนวน 740 เครื่อง, เชื่อมโยงตลาด ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายมันสำปะหลังทั้งในประเทศและต่างประเทศ, ยกระดับคุณภาพมันสำปะหลัง ให้ตรงกับความต้องการของตลาด (มันเส้นสะอาด) และกำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังอย่างเข้มงวดเพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบนำเข้า รวมทั้งการป้องกันโรคพืช เช่น โรคไวรัสใบด่างที่อาจมีการแพร่ระบาดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน


กำลังโหลดความคิดเห็น...