xs
xsm
sm
md
lg

SPCG ยืนยันแผนลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นางวันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหหาชน)
ซีอีโอ SPCG เผยร่อนหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ยันเแผนลงทุนพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์ม “Ukujima Mega Solar Project” ในญี่ปุ่นต่อ หลังทางการประกาศล้างท่อผู้ได้ใบอนุญาตโครงการโซลาร์ฟาร์ม เตรียมเดินหน้าไตรมาส 1 คาดแล้วเสร็จปี 64

นางวันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือถึงกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 ม.ค. เรื่อง ยืนยันการลงทุนพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์ม ภายใต้ชื่อโครงการ “Ukujima Mega Solar Project” เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายในการรับซื้อระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น ทางเอสพีซีจีขอยืนยันแผนการลงทุนพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มภายใต้โครงการดังกล่าว ขนาดกำลังผลิตประมาณ 480 เมกะวัตต์ ณ เกาะ Ukujima เมืองนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีผู้ร่วมลงทุนทั้งสิ้น 8 บริษัท และใช้งบประมาณในการลงทุนประมาณ 200 Billion Yen หรือประมาณ 58,000 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนเท่ากับ 32.0787 ณ วันที่ 14 ม.ค.) โดยโครงการดังกล่าวมีกำหนดเริ่มการก่อสร้างในปี 2019 โดยมีอัตรารับซื้อไฟฟ้า FIT ตามเดิม

“โครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ และเป็นโครงการระหว่างประเทศ โดยบริษัทจะยังคงได้รับค่าไฟ 40 เยนเหมือนเดิม และจะไม่มีการถูกปรับลดระยะเวลาในการขายไฟลงแน่นอน นอกจากนี้ บริษัทได้แสดงเอกสารและความคืบหน้าตั้งใจในการดำเนินโครงการกับทางการญี่ปุ่น โดยได้มีการเตรียมที่ดินไว้แล้ว และจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 1 ปีนี้ โดยจะเสร็จสิ้นภายในปี 2563-2564 เช่นเดียวกับโครงการโซลาร์ฟาร์ม เมืองฟูกุโอกะ กำลังการผลิต 65 เมกะวัตต์ก็จะเดินหน้าได้ และคาดว่าจะเสร็จเร็วกว่า Ukujima เนื่องจากขนาดเล็กกว่า” นางวันดีกล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานว่าทางการญี่ปุ่นประกาศล้างท่อผู้ที่ได้ใบอนุญาตโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) โดยกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่นได้ส่งเอกสารให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขายไฟฟ้าและได้ราคารับซื้อ FIT สูงราว 32-40 เยน ช่วงปี 2555-2557 ต้องมีการดำเนินการภายในวันที่ 31 มี.ค. 2562 เนื่องจากพบว่าจำนวนโซลาร์ญี่ปุ่นที่ออกให้ราว 53,697 เมกะวัตต์ แต่ยังไม่มีการจ่ายไฟเฉียด 20,000 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ ทางการญี่ปุ่นยังได้มีการประกาศเพิ่มเติมอีกในแง่ของผู้ที่ยังไม่ได้มีความคืบหน้าในการดำเนินการพัฒนาโครงการ เช่น ยังไม่มีที่ดิน หรือยังไม่มีการจ่ายค่าเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าจะถูกบีบลดอัตรารับซื้อค่าไฟลง รวมไปถึงการลดระยะเวลาสัญญาการรับซื้อไฟฟ้าลงมา


กำลังโหลดความคิดเห็น