xs
xsm
sm
md
lg

ก.พลังงานแย้มจ่อประมูลไอพีพี 1.4 พัน MW ปี 62-63 นำร่องภาคตะวันตก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กระทรวงพลังงานเตรียมชงแผนพีดีพีฉบับใหม่เข้า “กพช.” 24 ม.ค.นี้ แย้มเตรียมสรุปเปิดประมูลซื้อไฟ ไอพีพี นำร่องปี 2562-63 จำนวน 1,400 เมกะวัตต์ในพื้นที่ภาคตะวันตก เสริมระบบโรงไฟฟ้าภาคใต้ใหม่ 700 เมกะวัตต์และทดแทนโรงไฟฟ้าไตรเอ็นเนอร์จี้ที่จะหมดอายุปี 63 อีก 700 เมกะวัตต์ พร้อมนำร่องซื้อไฟโซลาร์ภาคประชาชนปีนี้ 100 เมกะวัตต์

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานวันที่ 24 ม.ค.นี้ คาดว่าจะมีการพิจารณาร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ฉบับใหม่ที่กระทรวงฯ นำเสนอ โดยสาระสำคัญของร่างดังกล่าวกระทรวงพลังงานจะต้องเตรียมขั้นตอนการเปิดประมูลรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) ที่คาดจะเปิดได้ในปี 2562-63 โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันตกเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าไตรเอ็นเนอร์จี้ที่จะสิ้นอายุสัญญาปี 2563 จำนวน 700 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าใหม่ที่จะต้องเกิดขึ้นเพื่อเสริมความต้องการโรงไฟฟ้าภาคใต้อีก 700 เมกกะวัตต์

“ภายใต้ร่างแผนดังกล่าวจะต้องมีโรงไฟฟ้าใหม่ทั้งสิ้นประมาณ 8,000 เมกะวัตต์ตลอดแผนปี 2562-80 และจะต้องเริ่มป้อนเข้าระบบตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไปเพราะความต้องการไฟฟ้าสูงกว่าการผลิต ในส่วนนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะไม่แข่งขัน แต่จะเป็นเอกชน ซึ่งบริษัทลูก กฟผ.หากไม่ใช่รัฐวิสาหกิจก็สามารถลงแข่งได้ ส่วนพื้นที่ตะวันตกคงจะต้องชัดเจนก่อนเพราะจะมีโรงไฟฟ้าหมดอายุและโรงไฟฟ้าใหม่ที่จะป้อนภาคใต้เนื่องจากที่ผ่านมาภาคใต้มีปัญหาไม่สามารถเกิดโรงไฟฟ้าได้ตามแผน ส่วนแนวทางจะต่ออายุ หรือเปิดประมูลหรือไม่คงต้องรอ กพช.อนุมัติ จากนั้นก็จะต้องให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ไปพิจารณารายละเอียด” นายกุลิศกล่าว

นอกจากนี้ ภายใต้ร่างแผนพีดีพีใหม่ที่จะเสนอ กพช.ให้เห็นชอบในหลักการที่จะรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย (โซลาร์รูฟท็อป) ภาคประชาชนนำร่องปี 2562 ประมาณ 100 เมกะวัตต์ ส่วนราคารับซื้อ กกพ.อยู่ระหว่างการพิจารณาและจะต้องคำนึงถึงแต่ละภาคให้เหมาะสม ซึ่งร่างแผนดีพีพีใหม่กำหนดรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ภาคประชาชนไว้ตลอดแผน 10,000 เมกะวัตต์แต่คาดว่าไฟฟ้าที่จะเข้าระบบได้จริงมีเพียง 4,200 เมกะวัตต์

นายกุลิศกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำความเห็นของทุกภาคส่วนมาปรับ เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รวมถึงกรณีที่จะมีการฟ้องร้องที่รัฐชะลอรับซื้อไฟฟ้า 8 ปี โดยพลังงานหมุนเวียนจะเข้าระบบอีกครั้งในปี 2570 นั้นก็ได้ทำความเข้าใจเบื้องต้นแล้วว่าระหว่างนี้เอกชนยังสามารถซื้อขายไฟฟ้ากันเองได้ปกติและจะไม่กระทบสัญญาที่ทำไว้ก่อนหน้า และเมื่อเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญแผนพีดีพีก็จะต้องทำการปรับใหม่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าถึงตอนนั้นทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนอีกอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม หากภาคเอกชนติดปัญหาก็สามารถแจ้งและหารือกับกระทรวงพลังงานได้

ขณะเดียวกัน ยังจะมีการเสนอ กพช.เห็นชอบแนวทางการต่ออายุสัญญาโรงไฟฟ้าของผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ประเภทพลังความร้อนร่วม (Cogeneration) ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าและไอน้ำจำหน่ายให้กับนิคมอุตสาหกรรมเป็นหลัก ที่จะสิ้นสุดสัญญาในปี 2560-2568 จำนวน 25 ราย ส่วนหลักเกณฑ์การต่ออายุนั้นต้องอยู่ที่ กพช.พิจารณาต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...