xs
xsm
sm
md
lg

คณะปฏิรูปฯด้านพลังงานย้ำจุดยืนพีดีพีใหม่ต้องเคลียร์เรื่องความมั่นคง-ค่าไฟ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานรุดเข้าหารือกระทรวงพลังงาน 17 ธ.ค.นี้ หวังเคลียร์แผนพีดีพีใหม่ให้ชัดย้ำจุดยืนต้องตอบโจทย์มั่นคงและค่าไฟที่ไม่กระทบกับประชาชนระยะยาว มองร่างพีดีพีหลายประเด็นยังต้องการลงลึก
นายพรชัย รุจิประภา ประธานกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน เปิดเผยว่า วันนี้(17 ธ.ค.) คณะกรรมการฯจะประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงานที่นำโดยนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เพื่อหารือถึงรายละเอียดการจัดทำร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย(พีดีพี)ฉบับใหม่ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญต่อการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานจึงควรตอบโจทย์ความมั่นคง และค่าไฟฟ้าที่ชัดเจนเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ผมคิดว่ามันยังมีเวลาในช่วง1-2 ปีนี้เพราะสำรองไฟฟ้าเรายังพอเหลือการทำพีดีพีใหม่อาจปรับเล็กน้อยเท่านั้นแต่การทำแผนสมบูณณ์ควรจะลงลึกในรายละเอียดให้ดีในแต่ละด้านให้มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ที่หลายมิติทั้งความมั่นคง ค่าไฟ การปรับตัวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรองรับเทคโนโลยี ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปฯเราเป็นรัฐต้องมองในเรื่องของประโยชน์กับประชาชนเป็นสำคัญ”นายพรชัยกล่าว

ทั้งนี้พีดีพีเป็นแผนตั้งต้นที่จะต้องนำไปจัดทำแผนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง อาทิ แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก(AEDP) ฯลฯ ขณะเดียวกันยังเป็นแผนที่ต้องนำไปกำหนดเชื้อเพลิงของประเทศ และการรองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนที่ต้องพิจารณาว่าระบบจำเป็นต้องเปลี่ยนด้วยหรือไม่จึงเห็นว่าควรจะต้องศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนก่อนเพราะหากไม่เช่นนั้นการจัดทำมาก็จะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ

นายพรชัยกล่าวว่า ร่างพีดีพีใหม่ที่กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นนั้นยังมีบางจุดที่จำเป็นต้องอาศัยการศึกษาลงรายละเอียดอาทิ กรณีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย(โซลาร์รูฟท็อป)ภาคประชาชนที่กำหนดตลอดแผนจะมีจำนวน 10,000 เมกะวัตต์ไว้บริบทที่แท้จริงเป็นอย่างไรเช่นการรับซื้อไฟฟ้าจะเป็นแบบFirm หรือNon-Firm จะมีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้ามากน้อยเพียงใดและจะเน้นในพื้นที่ใดนำร่องก่อนหรือไม่อย่างไร และจะเกิดได้จริงมากน้อยเพียงใดเพื่อที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)เตรียมรองรับการสำรองไฟฟ้า เป็นต้น

นอกจากนี้หลักการของการปฏิรูปฯต้องการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่จะเหลือน้อยลงด้วยการยืดอายุการใช้งานจากเดิมที่ประเมินในระยะ 20 ปีออกไปอีกเท่าตัวเพื่อความมั่นด้านพลังงานของลูกหลานในอนาคต ส่วนหนึ่งจะมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)เพื่อมาเสริมกับเชื้อเพลิงอื่นๆ รวมพลังงานหมุนเวียนและการซื้อไฟจากต่างประเทศซึ่งเหล่านี้สัดส่วนจะต้องชัดเจนและเหมาะสม โดยแอลเอ็นจีคล้ายกับถ่านหินที่จะขนมาได้และราคาเริ่มถูกลงแต่ทั้งนี้ควรต้องระบุให้ชัดว่าก๊าซฯจะแยกเป็นแอลเอ็นจีเท่าใดแน่และที่สุดการบริหารเชื้อเพลิงต่างๆจะกระทบค่าไฟเท่าใด รวมถึงพลังงานหมุนเวียนนั้นแบตเตอรี่จะมาเสริมได้มากน้อยเพียงใดราคาเหมาะสมหรือไม่ เป็นต้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...