xs
xsm
sm
md
lg

ก.อุตฯ จ่อชง “อุตตม” คลอดแผนส่งเสริมรถอีโคอีวีปี 62

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ก.อุตฯ เร่งถกกรมสรรพสามิต บีโอไอ เตรียมเสนอ “อุตตม” ผุดนโยบายส่งเสริมให้เกิดอีโคอีวีปี 2562 โดยเบื้องต้นมีผู้ยื่นลงทุนอีวีแล้ว 8 ราย ลงทุน 3.78 หมื่นล้านบาท

นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการผลักดันการผลิตรถยนต์อีโคอีวีในประเทศไทย ว่า วันที่ 7 ธันวาคมนี้จะเสนอต่อ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พิจารณาความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวที่ สศอ.ร่วมดำเนินการกับกรมสรรพสามิต และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ผลักดันให้รถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) สามารถผลิตเป็นรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) ได้ ภายใต้ชื่ออีโคอีวี โดยใช้วิธีการขยายฐานการผลิตจากอีโคคาร์ และช่วยให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนของไทยได้ประโยชน์ทางตรงด้วยซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปสิ้นปีนี้

“ได้หารือร่วมกับ 2 หน่วยงานและผู้ผลิตรถยนต์ทุกรายในไทยแล้ว จากนั้นทั้ง 3 หน่วยงานจะออกประกาศเพิ่มเติมเพื่อให้อีโคคาร์มุ่งสู่อีวีได้ เช่น การกำหนดประเภทชิ้นส่วนที่มุ่งสู่อีวี กำหนดช่วงเวลาผลิต จำนวนรถยนต์อีโคอีวีที่ต้องผลิต วงเงินลงทุน คล้ายการผลิตอีโคคาร์ในอดีตที่จะกำหนดระยะเวลา จำนวนรถยนต์ เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถเตรียมแผนการผลิตได้ คาดว่าจะเริ่มเห็นการลงทุนปี 2562” นายณัฐพลกล่าว

ปัจจัยที่เร่งผลักดันอีโคอีวี เพราะจากสนับสนุนอีวีในช่วงที่ผ่านมาพบว่าหลักการในการสนับสนุนของแต่ละหน่วยงานยังมีข้อที่ไม่สอดรับกับการผลิตจริง ทำให้ปัจจุบันผู้ผลิตยังเน้นผลิตรถยนต์ไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริด ยังไม่มุ่งสู่อีวีมากนัก ประกอบกับอีโคคาร์ถือเป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนของไทย สร้างงานให้กับคนไทย และมีราคาที่ประชาชนทั่วไปจับต้องได้ แต่ปัจจุบันกลับมีอัตราภาษีสูงกว่ารถอีวีค่อนข้างมาก ดังนั้น การทำอีโคอีวีจะเกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ทั้งอุตสาหกรรมยนต์ที่มุ่งสู่อีวีเร็วขึ้นตามเทรนด์ของโลกโดยฐานผลิตอยู่ในไทย และยังสามารถผลิตรถยนต์อีวีขนาดเล็กที่ทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถซื้อได้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติยุทธศาสตร์ยานยนต์แห่งอนาคตที่มุ่งสู่อีวีนั้น พบว่ามีผู้ผลิตรถยนต์ยื่นขอส่งเสริมการลงทุนกับบีโอไอจำนวน 8 ราย มูลค่าลงทุน 37,858.42 ล้านบาท กำลังการผลิต 404,700 คัน เช่น โตโยต้า 16,608 ล้านบาท กำลังการผลิต 70,000 คัน เมอร์เซเดสเบนซ์ 268 ล้านบาท กำลังการผลิต 8,700 คัน ฮอนด้า 4,221 ล้านบาท กำลังการผลิต 45,000 คัน
กำลังโหลดความคิดเห็น...