xs
xsm
sm
md
lg

ปตท.สผ.สรุปดีล M&A ชัดเจนปีหน้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ปตท.สผ.ลุ้นสรุปดีล M&A เพิ่มเติมในปีหน้า เน้นขนาดการลงทุนโครงการละ 500-1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มั่นใจโครงการโมซัมบิกตัดสินใจลงทุนได้ปี 62

น.ส.กาญจนันท์ ปาณานนท์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาดทุนและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีกลยุทธ์สร้างการเติบโตโดยเน้นการลงทุนแหล่งปิโตรเลียมในไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะพม่า และมาเลเซีย รวมไปถึงประเทศในแถบตะวันออกกลางเพื่อเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น หากมีแหล่งปิโตรเลียมที่มีศักยภาพบริษัทพร้อมเข้าซื้อกิจการ (M&A) เน้นแหล่งที่มีการผลิตเชิงพาณิชย์แล้วหรือใกล้ดำเนินการผลิต โดยมองขนาดการลงทุนไว้ระหว่าง 500-1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ/โครงการ คาดว่าจะมีความชัดเจนในปีหน้า

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับกลุ่ม ปตท.ในการเสนอโครงการ Gas to Power ให้แก่รัฐบาลพม่าเพื่อต่อยอดธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (E&P) จากแหล่งซอติก้าที่ ปตท.สผ.ขายก๊าซฯให้เมียนมาในการนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันพม่ามีความต้องการใช้ไฟฟ้าอีกจำนวนมาก

ส่วนการเข้าประมูลแหล่งเอราวัณและบงกชที่จะสิ้นสุดสัมปทานในปี 2565-2566 นั้น บริษัทฯ มั่นใจว่าจะได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะประมูลทั้ง 2 แหล่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาจากภาครัฐ คาดว่าจะมีความชัดเจนในปลายปีนี้

ขณะเดียวกัน ในปี 2562 บริษัทฯ คาดว่าโครงการโมซัมบิกจะตัดสินใจลงทุนได้ โดยบริษัทถือหุ้นในโครงการนี้ 8.5% ซึ่งบริษัทมีกระแสเงินสดในสิ้นไตรมาส 3 นี้อยู่ที่ 3.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ในะดับต่ำ

ในปีนี้บริษัทฯ ยังคงเป้าปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยที่ 310,000 บาร์เรล/วัน หลังในช่วง 9 เดือนแรกทำได้แล้ว 300,338 บาร์เรล/วัน ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 31.28 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และบนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปีนี้ที่ 72 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล คาดว่ามีอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ค่าเสื่อม และภาษี (EBITDA Margin) จะอยู่ที่ 70-75%

แม้ว่าราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยไตรมาส 4 นี้มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากไตรมาส 3/61 แต่จะไม่มีผลกระทบต่อบริษัทฯ ทันทีมากนัก เนื่องจากสูตรราคาก๊าซฯ อิงราคาน้ำมันเพียง 30% และมีช่วงเวลาในการปรับขึ้น/ลงตามราคาน้ำมัน 6-12 เดือน อีกทั้งบริษัทได้บริหารต้นทุนการผลิตให้อยู่ระดับต่ำ ดังนั้นผลประกอบไตรมาสนี้ไม่น่าเป็นห่วง


กำลังโหลดความคิดเห็น...