xs
xsm
sm
md
lg

ขบ.แจงรับจดทะเบียน “สามล้อเอื้ออาทร” แต่ไม่มีส่วนร่วมเรื่องเงินกู้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กรมการขนส่งทางบกแจง!!! ไม่มีส่วนร่วมกรณี “สามล้อเอื้ออาทร” ทำสัญญาเงินกู้กับธนาคาร ชี้รัฐบาลมอบหมายให้กำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติในการจดทะเบียนเท่านั้น เผยหากมีร้องเรียนพร้อมเสนอ รมว.คมนาคมหามาตรการเยียวยาผู้เสียหาย

นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีกลุ่มผู้ขับสามล้อรับจ้างได้เข้าร่วมโครงการสามล้อเอื้ออาทรของกรมการขนส่งทางบกเข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โดยระบุว่าได้มีการทำสัญญาเงินกู้ไว้กับสหกรณ์ฯ แห่งหนึ่งเพื่อกู้ซื้อรถ และได้จ่ายหนี้ตามที่ตกลงกับสหกรณ์ฯ ไว้มาโดยตลอด แต่กลับถูกธนาคารฟ้องว่าเป็นหนี้คงค้างในจำนวนเงินที่สูงกว่าที่ได้ตกลงกันไว้ในตอนแรกนั้น

ในส่วนของกรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินโครงการสามล้อเอื้ออาทรครั้งแรกเมื่อปี 2549 และขยายระยะเวลาเพิ่มเติมในปี 2558 ซึ่งเป็นโครงการตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีรถสามล้อเป็นของตนเองเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพขับรถรับจ้างได้อย่างสุจริต โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบกกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขเกี่ยวกับคุณสมบัติของบุคคลในการจดทะเบียนรถยนต์สามล้อรับจ้าง (เอื้ออาทร) และตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอให้ตรงตามที่ประกาศกระทรวงกำหนดไว้เท่านั้น

โดยผู้ขอรับสิทธิ์ตามโครงการสามล้อเอื้ออาทรต้องจัดหารถมาดำเนินการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้อภายในระยะเวลาที่กำหนดตามเงื่อนไข ซึ่งจะต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องในการจัดหารถ หรือทำการติดต่อกับสถาบันการเงินเพื่อขอใช้บริการด้านสินเชื่อเอง

ดังนั้น ในการดำเนินการขั้นตอนดังกล่าว เป็นการจัดทำสัญญาระหว่างผู้ขอรับสิทธิ์กับสถาบันการเงิน กรมการขนส่งทางบกไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำนิติกรรมสัญญาดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากผู้ขับรถสามล้อรับจ้างยังมีความประสงค์จะประกอบอาชีพขับรถรับจ้างโดยสุจริต กรมการขนส่งทางบกพร้อมพิจารณานำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อกำหนดนโยบายและมาตรการเยียวยาที่เหมาะสมแก่กลุ่มผู้เสียหายต่อไป

ทั้งนี้ จากการดำเนินโครงการสามล้อเอื้ออาทรนับตั้งแต่กระทรวงคมนาคมได้มีประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้อในท้องที่กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2549 กำหนดรถที่จะรับจดทะเบียนไว้ไม่เกิน 2,500 คัน เมื่อครบกำหนดมีผู้มาใช้สิทธิ์เพียง 1,686 คัน จึงคงเหลือจำนวนรถที่ยังจดทะเบียนได้อีกจำนวน 814 คัน

และเพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่มีความประสงค์จะประกอบอาชีพขับรถรับจ้างแต่ยังคงไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ กระทรวงคมนาคมโดยกรมการขนส่งทางบกได้ทำการเปิดรับคำขอเพิ่มเติมอีกสองครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 13-28 สิงหาคม 2558 มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์จดทะเบียน 249 คัน (คงเหลือ 565 คัน) และครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 1-30 ธันวาคม 2558 มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์จดทะเบียน 131 คัน

รวมทั้งสองครั้งมีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิจดทะเบียนเพิ่มเติมจำนวน 380 คัน โดยยังคงเหลือสิทธิ์ในการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้ออีกจำนวน 434 คัน ประกอบกับจำนวนรถสามล้อรับจ้างที่ให้บริการในปัจจุบัน เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ มีจำนวน 9,332 คัน และในต่างจังหวัดจำนวน 10,736 คัน รวมทั่วประเทศจะมีจำนวนทั้งสิ้น 20,068 คัน ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อความต้องการให้บริการในแต่ละท้องที่ และภาครัฐสามารถควบคุมกำกับดูแลคุณภาพการให้บริการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทำให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ
นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)


กำลังโหลดความคิดเห็น...