xs
xsm
sm
md
lg

บีโอไอแจงปรับใหม่ “สมาร์ทวีซ่า”เพิ่มประเภท – ลดเงื่อนไข ดึงต่างชาติเข้าไทย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บีโอไอแจงรายละเอียด หลัง ครม. เห็นชอบการปรับปรุงคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และสิทธิประโยชน์ “สมาร์ทวีซ่า” โดยให้เพิ่มอีก 3 สาขาที่มีสิทธิได้รับสมาร์ทวีซ่า พร้อมจับมือ ตม. เปิดช่องทางพิเศษอำนวยความสะดวกเข้าออกประเทศ และลดเงื่อนไขหลักเกณฑ์ คุณสมบัติผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน ผู้บริหาร ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และเงินได้ขั้นต่ำ

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 มีมติเห็นชอบการปรับปรุงคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และสิทธิประโยชน์สำหรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ หรือ สมาร์ทวีซ่า ซึ่งเป็น วีซ่าประเภทพิเศษให้แก่ชาวต่างชาติ ที่เป็นบุคลากรทักษะสูง นักลงทุน ผู้บริหาร และผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น หรือ สตาร์ทอัพ ที่เข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ เพื่อช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรม เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้แก่บุคลากรชาวไทยทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน

รายละเอียดของการปรับปรุงคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และสิทธิประโยชน์ของสมาร์ทวีซ่าครั้งนี้ ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ 1. การเพิ่มประเภทกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมาย อีก 3 ประเภท ได้แก่ 1) การบริการด้านการระงับข้อพิพาททางเลือก (Alternative Dispute Resolution) 2) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ 3) การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานทางเลือก
2. เพิ่มสิทธิและประโยชน์ สำหรับผู้ถือสมาร์ทวีซ่า โดยคณะรัฐมนตรีได้มอบให้สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เปิดช่องทางพิเศษ หรือ Fast Track เพื่อให้ผู้ถือสมาร์ทวีซ่าสามารถใช้บริการเข้าออกราชอาณาจักรได้ ณ ท่าอากาศยานระหว่างประเทศทุกแห่งที่มีบริการช่องทางพิเศษ
3.ปรับปรุงคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขสำหรับผู้ที่จะใช้สิทธิสมาร์ทวีซ่าทุกประเภท อาทิ ลดหลักเกณฑ์รายได้ของผู้เชี่ยวชาญทักษะสูงและผู้บริหารระดับสูง จากเดิมกำหนดเกณฑ์เงินเดือนต้องไม่น้อยกว่า 200,000 บาทต่อเดือน เปลี่ยนเป็นใช้เกณฑ์เงินรายได้ เพื่อให้ครอบคลุมรายได้ที่มาจากค่าตอบแทนพิเศษและโบนัส เป็นต้น นอกจากนี้สำหรับผู้เชี่ยวชาญได้ปรับลดอัตราเงินได้ขั้นต่ำเป็น 100,000 บาทต่อเดือน และ 50,000 บาทต่อเดือน สำหรับในกรณีผู้เชี่ยวชาญต่างชาติในบริษัทสตาร์ทอัพและผู้เชี่ยวชาญเกษียณอายุ เพื่อให้สามารถแข่งขันในการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญทักษะสูงจากต่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของกิจการเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) ในประเทศ ยังได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์สำหรับนักลงทุน และกลุ่มสตาร์ทอัพ อาทิ การลดเกณฑ์มูลค่าการลงทุนขั้นต่ำสำหรับนักลงทุน จากเดิมต้องลงทุนโดยตรงในนามบุคคลไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ได้ปรับให้สามารถลงทุนผ่านกิจการเงินร่วมลงทุนได้ รวมถึงกรณีลงทุนในวิสาหกิจเริ่มต้นหรือโครงการบ่มเพาะหรือโครงการเร่งการเติบโต กำหนดให้มีมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาทเท่านั้น

สำหรับสมาร์ทวีซ่าในกลุ่มสตาร์ทอัพ เพื่อเป็นการสนับสนุนการพัฒนาสตาร์ทอัพในทุกประเภท ยังได้มีการกำหนดอายุวีซ่า โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 6 เดือน 1 ปี และ 2 ปี จากเดิมที่ให้สมาร์ทวีซ่าครั้งแรก 1 ปี และขยายได้คราวละ 2 ปีทุกกรณี เพื่อรองรับการดึงดูดสตาร์ทอัพจากต่างประเทศเข้ามาร่วมกิจกรรมในประเทศไทย เช่น Startup Camp ทั้งนี้การอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าแก่คนกลุ่มนี้จะช่วยส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางกิจกรรมสตาร์ทอัพในภูมิภาคได้ในอนาคต

ทั้งนี้สมาร์ทวีซ่า เป็นวีซ่าประเภทพิเศษสำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเภทกิจการและภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน (วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 - 30 กันยายน 2561) มีผู้ติดต่อขอข้อมูลสมาร์ทวีซ่า รวม 1,078 ราย มีผู้ยื่นขอรับรองคุณสมบัติ รวม 37 ราย และมีผู้ผ่านการรับรองคุณสมบัติและเป็นผู้มีสิทธิได้รับสมาร์ทวีซ่า แล้ว รวม 28 ราย ในสาขาดิจิทัล และสาขาระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ผู้สนใจขอรับบริการหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมาร์ทวีซ่าสามารถติดต่อได้ที่หน่วยสมาร์ทวีซ่า ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน อาคารจามจุรีสแควร์ โทร 022091109-10 และ E-mail: smartvisa@boi.go.t
กำลังโหลดความคิดเห็น...