xs
xsm
sm
md
lg

PTTGCลั่นปีนี้กำไรทุบสถิติสูงสุด ทุ่มพันล.ตั้งรง.รีไซเคิลพลาสติก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"พีทีที โกลบอล เคมิคอล" ฟุ้งปีนี้โกยกำไรทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลัง 9เดือนแรกปีนี้มีกำไร 3.6 หมื่นล้านบาท พร้อมจับตาปีหน้าสถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐ-จีนหวั่นบานปลายฉุดเศรษฐกิจโลกทรุด โดยตั้งเป้ารายได้ปีหน้าโตกว่าปีนี้เล็กน้อยสอดคล้องราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น เผยปี62 บริษัททุ่มพันล้านตั้งโรงงานรีไซเคิลพลาสติก กำลังผลิต 3-4หมื่นตัน/ปี
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)(PTTGC) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯคาดว่าจะทำกำไรสุทธิได้สูงกว่าปี 2560 ที่มีกำไรสุทธิ 39,298 ล้านบาทซึ่งเป็นปีที่บริษัทมีกำไรสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯมา หลังจากงวด 9 เดือนแรกปีนี้ บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 36,008 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 21% และไตรมาส 4 แนวโน้มค่าการกลั่น (GRM)จะดีกว่าไตรมาส 3ที่อยู่ระดับ 6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้รายได้ปีนี้ คาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 5แสนล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 4.48 แสนล้านบาท
ส่วนปีหน้าบริษัทฯวางเป้าหมายรายได้รวมสูงขึ้นกว่าปีนี้เล็กน้อย สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 75 เหรียญสหรัฐ สูงกว่าราคาน้ำมันดิบปีนี้เฉลี่ย 72 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล รวมทั้งรับรู้รายได้จากโรงงานใหม่ อย่างไรก็ตาม ในปี 2562 เป็นปีทีท้าทาย เพราะอยู่ท่ามกลางความผันผวนทั้งการเมืองระหว่างประเทศ และสงครามการค้าสหรัฐกับจีน ซึ่งหากไม่มีการขยายวงกว้างจนทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ แม้ว่าจะมีกำลังการผลิตปิโตรเคมีใหม่เข้ามา แต่หวั่นเกรงว่าสถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐฯกับจีนจะบานปลายจนทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ซึ่งจะเห็นภาพชัดเจนในไตรมาส 1/2562
นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ในปีหน้าบริษัทจะขับเคลื่อนธุรกิจโดยนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน(Circular Economy ) มาประยุกต์ใช้ทั้งภายในและภายนอกองค์กร พร้อมสร้างความตระหนักรู้ สู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าเพื่อให้บริษัทเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืนอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ บริษัทมุ่งมั่นในการประกอบกิจการที่เน้นทรัพยากรให้คุ้มค่า ควบคู่การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทมีแผนตั้งโรงงานรีไซเคิลพลาสติกนำร่องชนิด HDPE ที่ใช้ทำถุงพลาสติกใช้ครั้งแรกหรือถุงหูหิ้ว และขวด PET ขนาดกำลังผลิต 3-4 หมื่นตัน/ปี ใช้เงินลงทุน 1 พันล้านบาท ตั้งโรงงานในนิคมฯมาบตาพุด จังหวัดระยอง ขณะนี้บริษัทฯอยู่ระหว่างการหาเทคโลยีที่ดีที่สุดและพันธมิตรร่วมทุน คาดว่าจะชัดเจนในต้นปีหน้า และจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563 เพื่อสร้างจิตสำนึกแก้ปัญหาขยะพลาสติก ซึ่งในแต่ละปีไทยจะมีขยะพลาสติกไหลลงสู่ทะเลและแม่น้ำลำครองสูงถึงปีละ 5 แสนตัน
นอกจากนี้ บริษัทมีเป้าหมายที่จะลดปริมาณการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้งเช่นถุงหูหิ้วจำนวน 1.5 แสนตัน/ปีให้เหลือ 0 ตัน/ปีภายใน 5ปี โดยจะมุ่งผลิตเม็ดพลาสติกที่นำไปใช้ผลิตท่อ สายอุปกรณ์การสื่อสาร ฯลฯ โดยให้ลูกค้าที่เคยซื้อเม็ดพลาสติกผลิตถุงหูหิ้ว ให้หันมาผลิตถุงพลาสติกที่หนาขึ้นเพื่อใช้ได้หลายครั้งแทน


กำลังโหลดความคิดเห็น...