xs
xsm
sm
md
lg

Booking Booster 3.0 : Booking.com สนับสนุนสตาร์ทอัพที่มีแนวคิดใหม่ๆ ด้านการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


Booking.com ผู้นำเทคโนโลยีด้านการเดินทางและการจองที่พักระดับโลกที่มีที่พักให้เลือกหลากหลายได้ประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับการเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโปรแกรม Booking Booster ปีที่ 3 โปรแกรมเร่งอัตราการเติบโตทางธุรกิจสำหรับบริษัทสตาร์ทอัพด้านการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน โดยเชิญชวนบริษัทสตาร์ทอัพจากทั่วโลกมาสร้างแนวทางแก้ไขปัญหาหลายประการ ผนวกกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อขจัดอุปสรรคในด้านต่างๆ สำหรับการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน โดยจะมอบเงินทุนสนับสนุน 2 ล้านยูโร ภายใต้โปรแกรมดังกล่าว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการฉลองการจัดตั้งโปรแกรมนี้เป็นปีที่ 3 Booking.com ได้เน้นย้ำ 4 ประเด็นสำคัญของนวัตกรรมที่บริษัทสตาร์ทอัพสามารถนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พร้อมแนะนำโปรเจกต์ตัวอย่างของผู้ชนะในปีก่อนๆ เป็นแนวทาง

การกระจายผลและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการท่องเที่ยวให้เสมอภาคยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน หนึ่งในปัญหาเร่งด่วนที่ต้องได้รับการจัดการโดยเร็วที่สุดของการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนก็คือการที่จุดหมายยอดนิยมบางแห่งของโลกนั้นมีผู้เดินทางมากเกินไป ปัญหานี้กำลังอยู่ในความสนใจของเมืองต่างๆ อย่างอัมสเตอร์ดัม เวนิส และบาร์เซโลนา รวมถึงบริษัทสตาร์ทอัพอีกจำนวนมาก โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เพิ่มขึ้นจาก 25 ล้านคนในปี พ.ศ. 2493 เป็นมากกว่า 1,300 ล้านคนในปี พ.ศ. 2560 องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติได้คาดการณ์ว่าจะยังคงมีการเติบโต 3.3% ต่อปีไปเรื่อยๆ จนถึงปี 2030 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว 1,800 ล้านคนที่เดินทางข้ามประเทศ

สิ่งสำคัญที่พบจากการสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ของ Booking.com ก็คือผู้เดินทางส่วนใหญ่เปิดกว้าง รับแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงจุดหมายและวิธีการเดินทาง รวมถึงสิ่งที่ทำระหว่างเข้าพักเพื่อช่วยกระจายผลดีและสิทธิประโยชน์ที่เกิดจากการเดินทางให้เท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้น ที่จริงแล้วผู้เดินทางทั่วโลกกว่าครึ่งกล่าวว่ายินดีไปพักนอกเขตใจกลางเมือง (51%) หรือเดินทางนอกช่วงเวลาพีกซีซัน (68%) ผู้เดินทางเกือบครึ่ง (47%) ยังยินดีไม่ไปสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ และเลือกไปที่อื่นที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่าแทน และมี 54% ที่กล่าวว่าจะอยู่เที่ยวต่อเพื่อไปเยือนจุดหมายอื่นๆ นอกจากพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก ทั้งหมดนี้จึงเน้นให้เห็นถึงแนวโน้มสำคัญที่จะเพิ่มนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดนี้เพื่อสนับสนุนให้ผู้เดินทางได้ออกสำรวจพื้นที่ต่างๆ ได้มากขึ้นกว่าเดิม ไปเยือนที่ที่ไม่ค่อยมีใครไปมากนัก และช่วยเหลือธุรกิจท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น

สร้างโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้หญิงผ่านทางเทคโนโลยีด้านการเดินทาง

เมื่อเปรียบเทียบอัตราส่วนของประชากรวัยทำงานทั่วโลกนั้น กลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน (อายุ 25-54 ปี) ถือเป็น 63% ในขณะที่อัตราส่วนของผู้ชายกลุ่มเดียวกันนี้อยู่ที่ 94% และความแตกต่างด้านรายได้ของผู้หญิงและผู้ชายทั่วโลกในปัจจุบันนี้คือ 23% ดังนั้น ความเท่าเทียมทางเพศและการสนับสนุนผู้หญิงจึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ และเป็นหัวข้อที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับ Booking.com โดยขอบเขตในการแก้ไขประเด็นปัญหานี้เห็นได้จากมีบริษัทสตาร์ทอัพทั่วโลกจำนวนมากขึ้นที่ยึดถือแนวคิดและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่นำเสนอบริการด้านการเดินทางเป็นเครื่องมือช่วยให้ผู้หญิงสร้างรายได้ด้วยตนเอง

ตัวอย่างหนึ่งที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจได้ดีในยุคที่มีการเคลื่อนไหวมากขึ้นเพื่อเรียกร้องการแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศผ่านทางนวัตกรรมต่างๆ ก็คือโปรแกรม Women on Wheels ของ Sakha Consulting ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ชนะรางวัลใหญ่ของโปรแกรม Booster ในปี 2018 โดยในอีก 2 ปีนับจากนี้ โปรแกรมนี้จะสร้างรายได้จากการให้บริการด้านการเดินทางให้กับผู้หญิง 1,000 คนที่มีต้นทุนชีวิตจำกัด โดยผู้หญิงเหล่านี้จะได้ประกอบอาชีพคนขับรถ และมีรายได้รวมกันกว่า 2 ล้านยูโรให้กับตนเองและครอบครัว และยังสร้างบริการรับส่งที่ปลอดภัยกว่า 1 ล้านครั้งให้กับผู้หญิงทั่วอินเดีย

การโปรโมตการเติบโตอย่างครอบคลุมของของชุมชนท้องถิ่นทุกภาคส่วนที่มีทรัพยากรจำกัด

จากสถิติที่มีการอ้างอิงอยู่บ่อยครั้งของโปรแกรมด้านสิ่งแวดล้อมขององค์การสหประชาชาติ พบว่ายอดใช้จ่ายในวันหยุดของนักท่องเที่ยวจากประเทศที่พัฒนาแล้วทุกๆ 100 ดอลลาร์นั้น มีเพียง 5 ดอลลาร์เท่านั้นที่เป็นรายรับของประเทศและสร้างประโยชน์ให้จุดหมายกับชุมชนในท้องถิ่น จึงนับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับบริษัทด้านการเดินทางที่จะช่วยให้ชุมชนท้องถิ่นได้รับประโยชน์ที่เท่าเทียมกันมากขึ้นจากโอกาสทางธุรกิจด้านการท่องเที่ยวจากทั่วโลก และโปรโมตโมเดลที่จะสร้างการเติบโตให้ทุกภาคส่วนในภาพรวมของอุตสาหกรรมด้านการเดินทางขนาดใหญ่ขึ้น ผลการสำรวจเมื่อไม่นานมานี้ของ Booking.com พบว่าผู้เดินทางเกือบ 2 ใน 3 (65%) กล่าวว่าต้องการหาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมากกว่าของที่ระลึกทั่วไปสำหรับนักท่องเที่ยว ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เดินทางทั่วโลกกว่าครึ่ง (53%) สนใจสัมผัสประสบการณ์ที่จัดขึ้นโดยชุมชนท้องถิ่นหากประสบการณ์นั้นสามารถช่วยลดผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวได้

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่ามีบริษัทสตาร์ทอัพจำนวนมากขึ้นที่ใส่ใจในประเด็นนี้ ได้แก่ Backstreet Academy ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม P2P ด้านการเดินทางที่ใช้การท่องเที่ยวและเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน หลังจากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากโปแกรม Booster ในปี พ.ศ. 2560 บริษัทได้เพิ่มจำนวนผู้ประกอบการรายย่อยที่ร่วมงานกันในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 16% และช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นเพิ่มอีกเกือบ 2 เท่า การเปิดให้ผู้เดินทางได้มีโอกาสพบปะช่างฝีมือด้วยตนเองผ่านทางแพลตฟอร์มนี้ยังช่วยรักษาประเพณี งานฝีมือ และมรดกทางวัฒนธรรมอันประเมินค่าไม่ได้ถึง 213 รายการในปี พ.ศ. 2560 และคาดว่าจะมากขึ้นกว่า 240 รายการในปี พ.ศ. 2561

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมหลายข้อที่ซับซ้อนและเกี่ยวเนื่องกันซึ่งบริษัทสตาร์ทอัพที่มีแนวคิดริเริ่มใหม่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนกำลังหาทางรับมืออยู่ เช่น ปัญหาการเข้าถึงแหล่งน้ำจืดได้อย่างจำกัด ปัญหาขยะพลาสติก และปัญหาทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้โลกใบนี้จะมีน้ำถึงเกือบ 70% แต่มีเพียง 2.5% เท่านั้นที่เป็นน้ำจืด และส่วนใหญ่อยู่ในรูปของน้ำแข็ง ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติแสดงให้เห็นว่าปริมาณการใช้น้ำได้เพิ่มขึ้นสูงขึ้นกว่า 2 เท่าของอัตราการเพิ่มประชากรในศตวรรษที่ผ่านมา ดังนั้นสำหรับชุมชนที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ชุมชนดังกล่าวต้องอาศัยน้ำดื่มเป็นขวด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้านสิ่งแวดล้อมและการดำเนินการ โปรแกรมสิ่งแวดล้อมขององค์การสหประชาชาติระบุว่าในแต่ละปีเราสร้างขยะพลาสติกทั่วโลกราว 300 ล้านตัน ซึ่งเป็นปริมาณพอๆ กันกับน้ำหนักของประชากรทั้งหมดบนโลก และขยะพลาสติกส่วนใหญ่นี้ก็จะลงเอยที่แม่น้ำและมหาสมุทรทั่วโลก ทำให้เกิดมลพิษทางน้ำทั่วโลก เป็นภัยคุกคามต่อระบบนิเวศน์ทางน้ำ และสร้างความเสียหายให้กับชายหาดและจุดหมายอื่นๆ ตามริมชายฝั่ง

Desolenator ผู้ชนะในโปรแกรม Booster ปี พ.ศ. 2560 ได้หาทางรับมือกับทั้งปัญหาขาดแคลนน้ำและปัญหาขยะพลาสติกที่มีจำนวนมาก โดยนำเทคโนโลยีล้ำยุคมาผลิตน้ำดื่มสะอาดจากแหล่งทรัพยากรต่างๆ โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งในขณะนี้ทีมงานของ Desolenator กำลังเตรียมพร้อมสำหรับโปรเจ็กต์นำร่องสำคัญในปี พ.ศ. 2562 ซึ่งรวมถึงการหาวัสดุอื่นมาใช้แทนขวดน้ำพลาสติกในรีสอร์ทบนเกาะที่ประเทศกัมพูชาเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ในปีแรกของการทดลองนำร่องในกัมพูชานี้ ทีมงาน Desolenator ได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของโรงแรมได้มากกว่า 33,000 ดอลลาร์ ยกเลิกการใช้ขวดพลาสติกกว่า 30,000 ขวด และลดก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 8 ตัน

Booking Booster 3.0

สำหรับโปรแกรม Booking Booster ในปี พ.ศ. 2562 นั้น Booking.com จะคัดเลือกและเชิญบริษัทสตาร์ทอัพด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 10 แห่งที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม และพร้อมที่จะขยายแผนทางธุรกิจเพื่อร่วมโปรแกรมเร่งอัตราการเติบโตทางธุรกิจเป็นเวลา 3 สัปดาห์ที่อัมสเตอร์ดัมในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562 โดยในโปรแกรมนี้จะมีการบรรยายต่างๆ ตลอดจนเวิร์กช้อป เซสชั่นการโค้ชชิ่ง และจบด้วยการนำเสนอผลงานเพื่อลุ้นรับรางวัลสูงสุด 5 แสนยูโรจากเงินทุนจำนวน 2 ล้านยูโรของ Booking.com เพื่อช่วยสนับสนุนการดำเนินงานในขั้นต่อไปเพื่อให้บริษัทสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมได้เติบโตต่อไป ทั้งนี้ บริษัทสตาร์ทอัพทั้งหมดที่เข้าร่วมจะได้รับการชี้แนะและการโค้ชชิ่งจากผู้เชี่ยวชาญของ Booking.com เป็นเวลา 1 ปีเต็ม และได้รับโอกาสในการเข้าร่วมโปรแกรมริเริ่มและการทดลองนวัตกรรมต่างๆ ของ Booking.com เพื่อช่วยเร่งการเติบโตทางธุรกิจต่อไปในอนาคต

กิลเลียน แทนส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ Booking.comกล่าว “ปีนี้เป็นปีที่ 3 ของโปรแกรมนี้แล้ว และเราก็รู้สึกประทับใจขึ้นทุกครั้งที่ได้เห็นสปิริตอันน่าทึ่งของบริษัทสตาร์ทอัพที่สมัครเข้าร่วมโปรแกรม Booking Booster นี้ รวมถึงนวัตกรรมสร้างแรงบันดาลใจที่พัฒนาขึ้นในด้านสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกระจายการท่องเที่ยว การสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางเศรษฐกิจให้กับผู้หญิง การโปรโมตการเติบโตทุกภาคส่วนในชุมชนที่มีทรัพยากรจำกัด และการพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้แก้ปัญหาเพื่อรักษาจุดหมายการเดินทางทั่วทุกมุมโลกให้ได้รับประโยชน์และให้มีสภาพแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้น โดยเราเชื่อในพลังของเทคโนโลยีว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงการสัมผัสประสบการณ์ทั่วโลกไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ และพร้อมสนับสนุนคลื่นลูกใหม่ที่จะมาสร้างความแตกต่างและผลลัพธ์ที่ยั่งยืนให้แก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวมได้”

เพื่อช่วยให้ผู้เดินทางได้ออกสำรวจและสัมผัสประสบการณ์ในจุดหมายต่างๆ ทั่วโลกกว่า 143,000 แห่ง Booking.com จึงได้หาหนทางในการรักษาจุดหมายปลายทางให้คงอยู่ในสภาพดีเช่นเดิมต่อไป เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เพลิดเพลินกับการเดินทางไปยังสถานที่เหล่านี้ได้ในอนาคต โปรแกรม Booking Booster และโปรแกรมอื่นๆ อย่าง Booking Cares Fund และ Booking Cares Labs นั้นล้วนมีวัตถุประสงค์เดียวกันกับโปรแกรมอาสาสมัครภายในองค์กรของ Booking.com ซึ่งพนักงานได้ร่วมมือกับหน่วยงานในท้องถิ่นมาอย่างยาวนานเพื่อทำโปรเจ็กต์ที่จะช่วยพัฒนาจุดหมายต่างๆ ทั่วโลก ทั้งนี้การริเริ่มต่างๆ ได้ช่วยขยายขอบเขตพันธกิจของ Booking.com ที่จะสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับแวดวงการท่องเที่ยวทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมและโอกาสต่างๆ ที่กำลังจะมีขึ้น สามารถเข้าเว็บไซต์ Booking Cares

สำหรับบริษัทสตาร์ทอัพจากทั่วโลกที่สนใจเข้าร่วมโปรแกรม Booking Booster ปี พ.ศ. 2562 สามารถทำการสมัครได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม พ.ศ. 2561 บริษัทสตาร์ทอัพที่สนใจสามารถเข้าไปที่หัวข้อ Booking Booster ในเว็บไซต์ Booking Cares เพื่อดูข้อมูลทั้งหมดและรายละเอียดเพิ่มเติม








กำลังโหลดความคิดเห็น...