xs
xsm
sm
md
lg

เปิดมุมมองเอกชนกับทิศทางโซลาร์รูฟท็อปอย่างไรก็มา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เปิดมุมมองภาคเอกชนต่อพลังงานทดแทนประสานเสียงโซลาร์รูฟท็อปอย่างไรก็มา หลังเทคโนโลยียังคงกดให้ราคาต่ำต่อเนื่อง พ่วงด้วยแบตเตอรี่ที่เริ่มเห็นอนาคตสดใส หนุนกระทรวงพลังงานคลอดพีดีพีใหม่โดยเร็ว หนุนลงทุนปี 2562

นายดุสิต เครืองาม ประธานอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทยและกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้การลงทุนผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย (โซลาร์รูฟท็อป) ลงทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 1-3 แสนบาทเท่านั้น และมีความคุ้มทุนภายใน 6-7 ปี จึงถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงครัวเรือนแล้ว และทำให้เอกชนรายใหญ่หันมาผลิตเองใช้เอง (IPS) มากขึ้น ดังนั้น หากกระทรวงพลังงานทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP 2018) ปี 2561-80 ให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้และเกิดความชัดเจนนโยบายโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนก็เชื่อว่าจะทำให้การลงทุนติดตั้งมีมากขึ้นในปี 2562

“การปฏิรูปพลังงานมุ่งเน้นการเปิดเสรีโซลาร์รูฟท็อปที่ให้ผลิตเองใช้เองเป็นหลัก หากเหลือขายก็จะเป็นสิ่งที่ดีเพราะจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศเพราะราคารับซื้อสามารถกำหนดเท่ากับราคาขายส่งได้และอนาคตเชื่อว่าจะต่ำกว่าราคาขายปลีก ซึ่งกระทรวงฯ เองมีแนวทางทำโซลาร์ภาคประชาชนที่จะมีการรับซื้อส่วนที่เหลือ ก็ถือว่าจะทำให้ประชาชนที่คิดจะติดตั้งไม่ต้องกังวลว่าถ้าไฟเหลือแล้วจะไหลเข้าระบบไม่ได้ แต่หากระบบสายส่งรองรับไม่ได้มากก็สามารถจำกัดการรับซื้อช่วงแรกที่อาจกำหนดว่าปีละเท่าใด” นายดุสิตกล่าว

อย่างไรก็ตาม กรณีก่อนหน้านี้รัฐมีแนวคิดที่จะเก็บค่าสำรองไฟฟ้า(Backup Rate) สำหรับโซลาร์รูฟท็อป ล่าสุด นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน ระบุชัดเจนว่าไม่มีนโยบายดังกล่าว ซึ่งจากการศึกษาของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานคาดว่าใน 20 ปีข้างหน้าไทยจะสามารถติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปผลิตไฟได้รวมประมาณ 1 หมื่นเมกะวัตต์

นายสุวิทย์ ธรณินทร์พานิช เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การลงทุนผลิตไฟพลังงานแสงอาทิตย์เดิม 1 เมกะวัตต์ลงทุนสูงถึง 125 ล้านบาท แต่ขณะนี้เหลือ 25 ล้านบาท แบตเตอรี่อดีต 1,000 เหรียญฯ ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมงเหลือ 250-300 เหรียญฯ ขณะที่รอบแบตเตอรี่ก็ใช้ได้มากขึ้น หากราคาแบตเตอรี่อาจลดลงเหลือระดับ 100 เหรียญฯ คาดว่าจะทำให้การผลิตไฟจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลลำบากแน่นอน

“โซลาร์ฯ เริ่มตอบโจทย์ความมั่นคงและยั่งยืนมากขึ้นจากนวัตกรรมเรื่องแบตเตอรี่ที่คิดว่าจะยังไม่หยุดแค่นี้ ทำให้วันนี้การติดตั้งมีมาก โดยเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ 1. ลงทุนผลิตเองใช้เอง 2. มีบริษัทมาลงทุนติดตั้งให้แล้วจำหน่ายไฟให้ ซึ่งบริษัทขนาดใหญ่เริ่มทำมากขึ้นในเรื่องนี้และมีการแข่งขันสูงในการเสนอขายไฟที่ต่ำ” นายสุวิทย์กล่าว

นายสุเมธ สุทธภักติ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ส.อ.ท. กล่าวว่า ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยไฟฟ้าปรับเฉลี่ย (LCOE) ของไฟฟ้าจากกังหันลมและเซลล์แสงอาทิตย์ในสหภาพยุโรปใกล้เคียงกันมากและอยู่ในระดับที่แข่งขันได้กับเชื้อเพลิงจากฟอสซิล แต่สำหรับไทยยอมรับว่าพลังงานลม LCOE ยังอยู่ระดับ 4 บาทกว่าต่อหน่วย แต่หากมองความคุ้มค่าในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในระยะยาวสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมภายใต้แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) ที่ต้องปรับปรุงใหม่ให้สอดรับกับแผนดีพีพีฉบับใหม่จะคงสัดส่วนการผลิตไว้ที่ 3,002 เมกะวัตต์เมื่อสิ้นสุดปลายแผนปี 2580

“การมองเรื่อง Disruptive ต้องถามว่าเรามองไปไกลแค่ไหน สมาร์ทซิตี้จะเป็นทั้งเมืองหรือว่าจะเป็นเฉพาะที่ จะเป็น Energy 4.0 ฯลฯ วันนี้เราต้องยอมรับว่าโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เราเองยังไม่รองรับ จึงเห็นว่าการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าทั้งหมดรัฐต้องมุ่งสิ่งนี้ ส่วนเรื่องนวัตกรรมและ Disruptive เป็นเรื่องที่เอกชนจะเข้ามาทำ” นายสุเมธกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...