xs
xsm
sm
md
lg

ร้านค้าใช้แอปฯ ถุงเงินประชารัฐสุดอืด สมัครแค่ 2.6 หมื่นราย มียอดใช้จ่ายแค่ 133 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“พาณิชย์” เผยร้านค้ารายย่อยสมัครเข้าร่วมโครงการใช้มือถือรับชำระค่าสินค้าจากบัตรคนจนมีแค่ 2.6 หมื่นราย จากเป้า 1 แสนราย และในจำนวนนี้เปิดใช้งานแอปฯ ถุงเงินประชารัฐแล้ว 1 หมื่นราย มียอดใช้จ่าย 133 ล้าน เผยเหตุร้านค้าไม่เข้าใจการใช้งาน ใช้ยาก กลัวเข้าระบบภาษี ส่วนผู้ถือบัตรมีปัญหาเปลี่ยนรหัส 6 หลัก ชงคลังเร่งแก้แล้ว ส่วนนายหน้ารับกดเงินสดจากบัตร พบมีจริง

นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2561 จนถึงปัจจุบันมีร้านค้ารายย่อยสมัครเข้าร่วมโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐแบบใช้โทรศัพท์มือถือรับชำระค่าสินค้าจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงินประชารัฐ” จำนวน 26,690 ราย จากเป้า 100,000 ราย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจสอบคุณสมบัติและส่งรายชื่อให้กรมบัญชีกลางอนุมัติเข้าร่วมโครงการแล้ว 10,162 ราย โดยร้านที่ได้รับการอนุมัติได้ดาวน์โหลดแอปฯ มาใช้แล้ว 10,000 ราย และมีเงินจากการใช้จ่ายซื้อสินค้าผ่านแอปฯ แล้ว 133 ล้านบาท แต่เชื่อว่าในเดือนต่อๆ ไปยอดใช้จ่ายจะเพิ่มมากขึ้น

สำหรับสาเหตุที่ร้านค้ารายย่อยเข้าร่วมโครงการน้อย เนื่องจากร้านค้าบางรายไม่เข้าใจการใช้งานแอปฯ บางรายระบุว่าใช้งานยาก โดยเฉพาะร้านค้าที่มีผู้ค้ารายเดียว เพราะการรับชำระเงินผ่านแอปฯ ที่มีหลายขั้นตอน ทำให้เสียเวลา ขายเป็นเงินสดดีกว่า อีกทั้งบางรายไม่ต้องการเข้าสู่ระบบภาษี เพราะยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องระบบภาษี ส่วนผู้ถือบัตร พบว่าบางพื้นที่ไม่มีสาขาหรือไม่มีตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนรหัส 6 หลักได้ และเมื่อไม่สามารถเปลี่ยนรหัสได้ก็ไม่สามารถชำระเงินผ่านแอปฯ ได้ ซึ่งจากปัญหาดังกล่าวส่งผลให้มีร้านค้ารายย่อยเข้าร่วมโครงการน้อย และยอดใช้จ่ายผ่านบัตรน้อยตามไปด้วย ซึ่งได้หารือกับกระทรวงการคลังให้ปรับปรุงการใช้งานแอปฯ และการใช้บัตรให้ง่ายขึ้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้ได้ประสานธนาคารกรุงไทยให้นำรถเคลื่อนที่เข้าไปในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีสาขาหรือตู้เอทีเอ็มของธนาคารตั้งอยู่ เพื่อให้บริการโหลดแอปฯ กับร้านค้า และเปลี่ยนรหัสบัตรให้แก่ผู้ถือบัตร และยังได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ ความเข้าใจกับร้านค้าเพื่อดึงให้เข้าร่วมโครงการมากขึ้น รวมทั้งจะของบจากรัฐบาลจัดโครงการอบรมร้านค้ารายย่อยเพื่อให้เข้าใจในระบบต่างๆ เพิ่มเติมอีก

ทั้งนี้ กระทรวงฯ ยืนยันว่าการเข้าร่วมโครงการร้านค้ารายย่อยจะได้รับประโยชน์เพราะจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลได้เปิดให้ผู้ที่พลาดการลงทะเบียนเพื่อขอบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งแรกให้มาขึ้นทะเบียนใหม่ได้ คาดว่าจะทำให้จำนวนผู้ถือบัตรเพิ่มจาก 11.4 ล้านคนเป็น 13 ล้านคน ทำให้มีเงินจากผู้ถือบัตรมาซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น

ส่วนกรณีที่รัฐบาลให้ผู้ถือบัตรสามารถกดเงินสดจากบัตรได้คนละ 100-200 บาท จนทำให้เกิดนายหน้ารับกดเงินสดให้โดยหักเงินจากผู้ถือบัตร 20-40 บาทนั้น กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องจริง พบที่ อ.วังสมบูรณ์ และ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว โดยจากการที่พาณิชย์จังหวัดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าผู้ถือบัตรไม่เข้าใจวิธีกดเงิน และหากเดินทางมาเองจะเสียค่าใช้จ่ายสูง ยอมจ่ายเพียงเล็กน้อยเพื่อความสะดวก แต่กรณีดังกล่าวกระทรวงการคลังต้องแก้ปัญหา โดยตนมองว่าอาจจะให้นำวงเงินสดในบัตรมาซื้อสินค้าก็ได้ หรือกดเงินสดก็ได้ ซึ่งจะเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ที่ไม่สะดวก


กำลังโหลดความคิดเห็น...