xs
xsm
sm
md
lg

“ศิริ” เร่งเครื่องแผนพีดีพีใหม่ชง “กพช.” ก.ย.นี้ กฟผ.แนะต้องกระจายเชื้อเพลิง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ศิริ” เร่งเครื่องถกร่างแผนดีพีพีเสร็จแล้วคาดจ่อชง กพช.ได้ภายใน ก.ย.นี้ พร้อมเปิดเสรีการจำหน่ายมากขึ้น ด้าน “กฟผ.” หนุนให้แผนเสร็จภายในสิ้นปีนี้เพื่อขับเคลื่อนความมั่นคงเหตุปี 68 เป็นจุดตัดที่ดีมานด์จะเท่าซัปพลาย พร้อมแนะมั่นคงต้องมีโรงไฟฟ้าหลักและกระจายเชื้อเพลิง พร้อมอ้าแขนรับพลังงานทดแทนแต่ต้องไม่กระทบความมั่นคง


แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า วันนี้ (3 ก.ย.) นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือการจัดทำร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2018) ซึ่งสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ (ปี 2561-2580) ที่ได้ข้อสรุปกรอบเบื้องต้นแล้ว จากนั้นสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จะไปจัดทำแผนสมบูรณ์เพื่อนำเสนอเข้าสู่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานภายในเดือน ก.ย. 2561 นี้

“แผนพีดีพีใหม่จะแบ่งเป็นรายภาคและกำหนดโรงไฟฟ้าฐานแต่ละภาคไว้ชัดเจน โดยปลายแผนคาดว่าจะมีความต้องการประมาณ 6 หมื่นเมกะวัตต์ โดยจะกำหนดโรงไฟฟ้าหลัก 4 หมื่นเมกะวัตต์ พร้อมเปิดเสรีการจำหน่ายให้มากขึ้นซึ่งจะทำให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สามารถซื้อไฟจากเอกชนโดยตรงแทนที่จะซื้อจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพียงรายเดียวแต่ทั้งนี้ก็จะต้องแก้ไขระเบียบซึ่งต้องรอความชัดเจน” แหล่งข่าวกล่าว

นายนิกูล ศิลาสุวรรณ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า กฟผ. กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการจัดทำพีดีพีใหม่ซึ่ง กฟผ.เองสนับสนุนให้จัดทำให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้เพื่อที่จะเดินหน้าพัฒนาโรงไฟฟ้าและระบบส่งเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ไฟฟ้าของไทย จากการศึกษาได้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2568 ความต้องการใช้ไฟกับระบบกำลังผลิตไฟฟ้าที่มีอยู่จะเท่ากัน

“แม้ว่าสำรองเวลานี้ยังมีเหลือและไม่ได้เป็นปัญหาแต่โรงไฟฟ้าใช้เวลาก่อสร้างนานหากล่าช้าก็คงจะไม่ดีนักกับความมั่นคงโดยเฉพาะจุดตัดที่ความต้องการกับการผลิตเท่ากันในปี 2568 ซึ่งกระทรวงพลังงานเองก็เร่งพิจารณาอยู่คิดว่าสิ้นปีนี้คงไม่มีปัญหาอะไร” นายนิกูลกล่าว

สำหรับการจัดทำพีดีพี กฟผ.จะคำนึงถึง 2 ปัจจัย คือ ความมั่นคงระบบไฟฟ้า และราคาค่าไฟฟ้าที่จะต้องไม่สูงขึ้น โดยยอมรับว่าการเข้ามาของพลังงานทดแทนนั้นจะมีผลกระทบต่อโรงไฟฟ้าหลักจึงต้องมีการปรับระบบต่างๆ ให้รองรับโดยความมั่นคงจะต้องมีสัดส่วนของโรงไฟฟ้าหลักที่เหมาะสมและคำนึงการกระจายแหล่งเชื้อเพลิงทั้งก๊าซฯ น้ำมัน ถ่านหิน เนื่องจากก๊าซฯ มีสัดส่วนที่สูงมากขณะนี้และต้องพึ่งพิงนำเข้ามากขึ้น ขณะที่แหล่งก๊าซพม่าที่ไทยพึ่งพาก็จะมีการหยุดซ่อมบำรุง 10 วัน โดยเฉลี่ยทุกปีจำเป็นต้องมองเชื้อเพลิงอื่นๆ ไว้รองรับ ส่วนนิวเคลียร์เป็นเรื่องอนาคต แต่ที่สุดจะจัดไว้ในปลายแผนมากน้อยเพียงใดขึ้นกับนโยบายภาครัฐ

ส่วนโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนนั้นเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีในแง่ของสิ่งแวดล้อม แต่ความมั่นคงอาจไม่มีจะต้องมีสัดส่วนที่เหมาะสมซึ่ง กฟผ.เองก็พร้อมสนับสนุนให้มากสุดตราบใดที่ไม่กระทบต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้า ที่ขณะนี้เทคโนโลยีมาแรงโดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ส่วนโรงไฟฟ้าขยะนั้นจุดประสงค์คือการกำจัดขยะควรจะส่งเสริม แต่จะต้องพิจารณาในแง่ของการกำจัดขยะให้เป็นรูปธรรมเพื่อที่จะลดต้นทุนการกำจัดด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...