xs
xsm
sm
md
lg

บ้านปูเน้นซื้อแหล่ง Shale Gas ใกล้เดิม จับตาแนวโน้มราคาก๊าซฯ ขยับเพิ่มขึ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


บ้านปูเล็งซื้อแหล่ง Shale Gas ใหม่ใกล้เคียงที่แหล่งก๊าซฯ เดิมทั้ง 6 แหล่งเพื่อเสริมกัน ประเมินแนวโน้มราคา Shale Gas ขยับสูงขึ้นเหนือ 3 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู ดันมาร์จิ้นขยับสูงขึ้นจากปีนี้คาดธุรกิจก๊าซฯ มี EBITDA 80 ล้านเหรียญสหรัฐ

แหล่งข่าวจากบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมองโอกาสที่จะลงทุนธุรกิจก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน (Shale Gas) เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีการลงทุนไปแล้ว 6 แหล่งในมลรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา โดยจะเน้นแหล่งก๊าซฯ ที่จะเสริมกับแหล่งก๊าซฯ ปัจจุบันของบ้านปู โดยไม่จำเป็นต้องเป็นแหล่งก๊าซฯ ขนาดใหญ่ หรืออยู่ใกล้เคียงกับแหล่งก๊าซฯ เดิมของบริษัท

ทั้งนี้ บ้านปูได้กันงบลงทุนในธุรกิจก๊าซฯ ไว้ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่ได้มีการลงทุนไปแล้ว 522 ล้านเหรียญสหรัฐในการเข้าถือแหล่ง Shale Gas ถึง 6 แหล่งในสหรัฐฯ โดยมีกำลังการผลิต 200 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน และมีปริมาณสำรองก๊าซฯ รวม 1 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต รองรับการผลิตได้นาน 30 ปี

แหล่งข่าวกล่าวว่า บริษัทประเมินว่าราคา Shale Gas มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 2.9 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู น่าจะขยับเกิน 3 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู ทำให้รายได้จากการลงทุนธุรกิจก๊าซธรรมชาติของบ้านปูมีกำไรเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตค่อนข้างต่ำ

สำหรับผลการดำเนินงานธุรกิจ Shale Gas สามารถสร้างกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย, ภาษี, ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในปีนี้ราว 80 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ทำได้แล้ว 40 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังจ่ายคืนเงินสดในรูปของเงินปันผลกลับเข้ามาอีกส่วนหนึ่งด้วย จึงเป็นธุรกิจมีศักยภาพของการเติบโตที่จะมากขึ้นในอนาคต
     
ทั้งนี้ บริษัทจะเร่งเพิ่มสัดส่วนกำไรด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการขายจากกำลังการผลิตก๊าซฯ ที่มีอยู่ราว 200 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ด้วยการรวมปริมาณก๊าซฯ เพื่อทำราคาขายให้ดีขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนใหม่

“โอกาสการเข้าซื้อกิจการแหล่ง Shale gas เพิ่มเติมนั้นยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่การที่บริษัทเข้าไปลงทุนในพื้นที่มาแล้วทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ก็จะมีผู้มาเสนอโครงการมากขึ้นด้วยเช่นกัน”

สำหรับเป้าหมายในปี 2563 ธุรกิจหลักของบริษัทยังมาจากถ่านหิน โดยวางเป้าหมายมีสัดส่วน EBITDA ที่ 66%, ไฟฟ้า 23%, ก๊าซฯ 7% และส่วนธุรกิจพลังงานทางเลือก (Energy Technology Solution : ETS) ที่ลงทุนผ่านทางบริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด นั้นยังมีสัดส่วนไม่มากนัก 4% แต่สัดส่วน EBITDA ในปี 2568 จะเปลี่ยนแปลงไป โดยธุรกิจถ่านหินจะมีสัดส่วนลดลงเหลือ 45%, ไฟฟ้า 40-30%, ก๊าซฯ 10% และพลังงานทางเลือก 5%


กำลังโหลดความคิดเห็น...