xs
xsm
sm
md
lg

“ทีซีซี” ซุ่มโมเดลใหม่ค้าปลีกเสริมทัพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการรายวัน 360 - “ทีซีซี” ซุ่มพัฒนาแบรนด์ใหม่และโมเดลค้าปลีกใหม่ๆ หวังต่อยอดและเสริมศักยภาพให้แก่องค์กร หลังจากที่ปีนี้เปิดไปแล้ว 2 โมเดล คือ ตลาดต่อยอด กับลาซาล-อเวนิว ปลายปีพร้อมเปิดตัวเกตเวย์สาขาบางซื่อ มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท

นายธนฑิต เจริญจันทร์ เจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท แอสเสท เวิร์ดคอร์ปอเรชั่น จำกัด ในเครือทีซีซี เปิดเผยว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนาทดลองค้าปลีกในรูปแบบหรือโมเดลใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ด้วยการสร้างแบรนด์ใหม่ให้แตกต่างจากโมเดลแบรนด์เดิมที่ทำอยู่ เพื่อเป็นการสร้างศักยภาพให้กับธุรกิจค้าปลีกในการขยายตลาดกว้างขึ้น และเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจค้าปลีกเดิมด้วย คาดว่าในเร็วๆ นี้จะมีการทยอยเปิดตัวโมเดลใหม่ๆ อย่างเป็นทางการ

เนื่องจากธุรกิจค้าปลีกเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตดี และมีศักยภาพในการขยายตัวในอนาคตได้อีกมาก ดังนั้น แนวทางจากนี้ไปของบริษัทฯ จึงหันมาให้ความสำคัญต่อการขยายตัวและการลงทุนในธุรกิจค้าปลีกมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้บริษัทฯ มีค้าปลีกหลากรูปแบบต่างกันไปในแต่ละแบรนด์ รวม 4 แบรนด์ที่ดำเนินไปก่อนหน้านี้ คือ เอเชียทีค เดาอะรีเวอร์ฟร้อนท์, พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า, เกตเวย์ และ บ็อกซ์ สเปซ ซึ่งทุกโมเดลบริษัทฯ พัฒนาขึ้นมาเองทั้งสิ้น

ส่วนแผนในช่วงครึ่งหลังปี 2561 นี้บริษัทฯ วางแผนที่จะเปิดตัวศูนย์การค้าเกตเวย์ บางซื่อ อีก 1 สาขา คาดว่าจะเปิดบริการได้ในไตรมาส 4 นี้ ซึ่งโครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท และล่าสุดในปีนี้บริษัทฯ ได้เปิดตัวธุรกิจค้าปลีกโมเดลใหม่และแบรนด์ใหม่ไปแล้ว 2 แบรนด์ ประกอบด้วย ลาซาล-อเวนิว และตลาดต่อยอดที่รังสิต

ลาซาล-อเวนิว ที่ซอยแบริ่งตัดลาซาล เปิดบริการเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม คือเป็นธุรกิจค้าปลีกแบบคอมมูนิตีมอลล์ ลงทุนประมาณ 350 ล้านบาท ถือเป็นรูปแบบคอมมูนิตีมอลล์โครงการแรกของบริษัทฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ย่านดังกล่าวนี้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าถึง 3 เส้นทาง คือ รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวเส้นทางแบริ่ง-สำโรง, รถไฟฟ้าสายสีเหลืองเส้นทางลาดพร้าว-สำโรง และรถไฟฟ้ารางเบาเส้นทางบางนา-สุวรรณภูมิ โดยย่านดังกล่าวมีจำนวนประชากรอยู่อาศัยกว่า 230,361 คน มีแนวโน้มอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี รวมถึงจากการสำรวจพบว่าประชากรมีรายได้ต่อครัวเรือนสูงติดอันดับ 1 ใน 10 ของกรุงเทพฯ อีกด้วย

ขณะที่แบรนด์ตลาดต่อยอดยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 90% คาดว่าแล้วเสร็จสมบูรณ์เปิดบริการได้ช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ สำหรับโครงการนี้ประกอบไปด้วย อาคารหลัก 10 อาคาร คือ อาคารที่ 1 เป็นกลุ่มสินค้าประเภทสิ่งทอ, เครื่องหนัง, แฟชั่น, เครื่องประดับ, เครื่องสำอาง, สปา, สินค้าเกี่ยวกับเด็ก และธนาคาร เป็นต้น, อาคารที่ 2 เป็นกลุ่มสินค้าอาหาร-เครื่องดื่ม, อาหารแช่แข็ง, เบเกอรี และศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้า เป็นต้น, อาคารที่ 3 หมวด เป็นกลุ่มสินค้าอุปกรณ์ประดับยนต์, อุปกรณ์ไฟฟ้า, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือช่าง, อาคารที่ 4 เป็นกลุ่มสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ตกแต่งร้าน สำนักงาน และบ้าน, อาคารที่ 5 เป็นศูนย์อาหารอาเซียน, อาคารที่ 6 เป็นกลุ่มวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างและการเกษตร, อาคารที่ 7 เป็นตลาดกลางค้าข้าวสารแห่งแรกในประเทศไทย, อาคารที่ 8 เป็นศูนย์บริการขนส่งสินค้า, อาคารที่ 9 เป็นพื้นที่ให้เช่าเก็บสินค้า และอาคารที่ 10 เป็นสินค้าของฝาก

นายธนฑิตกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะนำแบรนด์ตลาดต่อยอดไปเปิดให้บริการในต่างจังหวัดด้วย โดยเฉพาะจังหวัดที่มีพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่นที่จังหวัดเชียงใหม่ อุดรธานี และอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และการขยายตัวเข้าสู่ออนไลน์ด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...