xs
sm
md
lg

“พาณิชย์”เกาะติดสถานการณ์ซีเรีย ยันส่งออกไปรัสเซียไม่กระทบ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“พาณิชย์”เกาะติดความขัดแย้งในซีเรีย พบมีแนวโน้มผ่อนคลายลง หลังหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการเจรจา และสหรัฐฯ มีท่าทีอ่อนลง ปฏิเสธคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียเพิ่ม ยันเป็นผลดีต่อไทย ที่จะส่งออกสินค้าไปรัสเซียได้เพิ่มขึ้น คาดยูเอ็นก็จะไม่คว่ำบาตรอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันมีเสถียรภาพต่อไป ย้ำยังคงเป้าส่งออกปีนี้ที่ 8% และเงินเฟ้อที่ 0.7-1.7%

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อํานวยการสํานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค.ได้ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งของการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศสในซีเรียอย่างใกล้ชิด โดยในเบื้องต้น พบว่า สถานการณ์มีแนวโน้มผ่อนคลายลง หลังจากหลายฝ่ายมีการเรียกร้องให้มีการเจรจาเพื่อหาทางออกอย่างสันติ และท่าทีของสหรัฐฯ ก็เริ่มผ่อนคลายลง จากการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะออกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียเพิ่มเติม

“การที่สหรัฐฯ ชะลอการใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย จะส่งผลดีต่อไทย เพราะตลาดรัสเซียกำลังเป็นตลาดส่งออกดาวรุ่งของไทย โดยในช่วง 2 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-ก.พ.) การส่งออกไปรัสเซีย มีมูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 101.5% มีสัดส่วนการส่งออกคิดเป็น 0.5% ของการส่งออกทั้งหมดของไทย และเป็นตลาดอันดับที่ 35 โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ คิดเป็น 46% ของการส่งออกทั้งหมดไปรัสเซีย ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ และผลไม้กระป๋องและแปรรูป เป็นต้น”

ส่วนความเป็นไปได้ในการคว่ำบาตรอิหร่านโดยยูเอ็น คาดว่าจะยังไม่มีมาตรการออกมา ซึ่งจะช่วยให้ราคาน้ำมันมีเสถียรภาพต่อไป เพราะอิหร่านมีกำลังการผลิตน้ำมัน 3.6-4.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 5% ของกำลังการผลิตน้ำมันในโลก และเป็นผู้ผลิตน้ำมันอันดับที่ 3 ของกลุ่มโอเปก หากอิหร่านถูกคว่ำบาตรจากยูเอ็น จะส่งผลกระทบให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกลดลง และทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการส่งออกและอัตราเงินเฟ้อของไทย แต่ในเบื้องต้น กระทรวงฯ ยังคงเป้าหมายการส่งออกที่ 8% และคาดการณ์เงินเฟ้อที่ 0.7-1.7%

อย่างไรก็ตาม สนค. ประเมินว่า การใช้ปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย อิหร่านในชั้นนี้ ยังคิดว่ามีความเป็นไปได้น้อย แต่กระทรวงพาณิชย์จะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

สำหรับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่อซีเรีย ถือเป็นครั้งที่ 2 นับจากเดือนเม.ย.2560 โดยอ้างสาเหตุของการโจมตีเช่นเดียวกัน และในครั้งนั้นรัฐบาลซีเรียไม่ได้ใช้กำลังทหารตอบโต้แต่อย่างใด ขณะที่ผลของการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ได้ส่งผลเชิงจิตวิทยาต่อตลาดโภคภัณฑ์เพียงในระยะสั้น โดยราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent1 ในวันที่ 13 เม.ย.2561 ปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ซึ่งต่ำกว่า 1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 67.39 และ 72.58 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลตามลำดับ ก่อนที่จะปรับลดลง โดยในวันที่ 16 เม.ย.2561 ราคาน้ำมัน WTI และ Brent1 อยู่ที่ 66.22 และ 71.42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำในวันที่ 13 เม.ย.2561 เพิ่มขึ้นประมาณ 10 เหรียญสหรัฐต่อทรอยออนซ์ มาอยู่ที่ 1,345.21 เหรียญสหรัฐต่อทรอยออนซ์ โดยหากไม่มีความรุนแรงเพิ่มเติม คาดว่า ราคาน้ำมันและราคาทองคำจะกลับมาอยู่ในระดับปกติในระยะเวลาอันใกล้
กำลังโหลดความคิดเห็น...