xs
xsm
sm
md
lg

Next Move : หมัดเด็ดปี 2018 ที่จะดัน ‘ช้าง’ และ ‘เฟเดอร์บรอย’ สู่เป้าหมายเบียร์อันดับ 1 ในปี 2020

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ปีที่ผ่านมานับเป็นปีที่สำคัญของ ‘ไทยเบฟ’ ในการเดินหน้ารุกตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ได้ตั้งเป้าหมายในการเป็นผู้นำเบียร์อันดับหนึ่งของประเทศไทยและอาเซียนภายในปี 2020 ซึ่งภาพรวมการดำเนินธุรกิจของทั้ง ‘ช้าง’ และ ‘เฟเดอร์บรอย’ นั้นถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคและมีภาพรวมความสำเร็จเป็นที่น่าพึงพอใจ

โดยในปีที่ผ่านมา ‘ช้าง’ ได้รุกเสริมความแข็งแกร่งให้แบรนด์ผ่านการเน้นสร้างประสบการณ์ตรงให้แก่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่มมิลเลนเนียล จากการจัดกิจกรรมการตลาดเพื่อสร้างสีสัน และสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง อาทิ การเปิดพื้นที่แห่งความสุขส่งท้ายปีกับ ‘ช้าง เซ็นซอรี่ เทรลส์’ (Chang Sensory Trails) ที่จัดขึ้นกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์สู่ความพรีเมี่ยมด้วยการครีเอท ‘ช้าง ลิมิเต็ด เอดิชั่น’ บรรจุภัณฑ์ดีไซน์พิเศษต้อนรับเทศกาลปลายปี ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ขนาด 1.5 ลิตร (Champagne Bottle) เพิ่มความพิเศษด้วยการจับมือกับศิลปินระดับโลกอย่าง มร.สตีเวน วิลสัน ที่มาออกแบบบรรจุภัณฑ์ดีไซน์พิเศษภายใต้แรงบันดาลใจ ‘โกลเด้น โมเม้นต์’ ต้อนรับเทศกาลปลายปี ใน 2 รูปแบบ ได้แก่ขวดแก้วชริ้งค์แร็พ (Shrink Wrap) และไอซ์แพ็ค (Ice Pack) นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์สุดล้ำในรูปแบบแพ็ค 6 กระป๋องที่สามารถเติมน้ำแข็งเพื่อแช่เย็นได้ทันที ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มมิลเลนเนียลที่ชื่นชอบการสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และทำให้ภาพรวมของเบียร์ช้างดูแตกต่าง ทันสมัย น่าจับต้องมากขึ้น

ด้านแบรนด์ ‘เฟเดอร์บรอย’ ก็มีการปรับโฉมรีแบรนดิ้งครั้งใหญ่ บรรจุภัณฑ์ และฉลากผลิตภัณฑ์ได้ถูกพัฒนาให้ดูมีความทันสมัยมากขึ้น เข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้บริโภค เพื่อสร้างความโดดเด่นในระดับพรีเมี่ยม สไตล์เบียร์เยอรมัน ตอบไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าที่เสริมสร้างภาพลักษณ์และมีรสชาติที่แตกต่าง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการตลาดที่น่าสนใจ อาทิ เฟเดอร์บรอย เรด เฟเธอร์ คลับ (Federbräu Red Feather Club) ที่มอบประสบการณ์เอ้าท์ดอร์ป๊อปอัพคลับสุดพรีเมี่ยม เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มในสไตล์เยอรมัน ทำให้ ‘เฟเดอร์บรอย’ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในระดับพรีเมี่ยมโดยตรง

ทั้งนี้ ‘เฟเดอร์บรอย’ ได้กระจายสู่ช่องทางจำหน่ายต่างๆ ทั่วประเทศตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ปี 2560 และวางจำหน่ายในต่างประเทศโดยเน้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดหลัก ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี จะเห็นได้จากยอดขายที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด กว่า 338% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

คว้ารางวัลการันตีคุณภาพระดับโลก

จากการพัฒนาและเดินหน้ารุกทำตลาดอย่างต่อเนื่องนี้ ส่งผลให้ทั้งสองแบรนด์สามารถคว้ารางวัลจากเวทีการประกวดเบียร์ระดับโลกมาครอบครองอีกด้วย ในส่วนของเบียร์ช้าง คว้ารางวัลชนะเลิศของประเทศไทย จากเวที World Beer Awards 2017 ในการแข่งขันประเภทเบียร์ลาเกอร์ (Lager Beer) ภายใต้สไตล์การผลิตเบียร์แบบ Helles / Münchner

สำหรับแบรนด์เฟเดอร์บรอย สามารถคว้ารางวัลประเภทเบียร์ลาเกอร์ (Lager Beer) สไตล์ German Style Pale Ale จากเวที World Beer Awards 2017 และยังได้รับรางวัลการออกแบบบรรจุภัณฑ์จาก The International Beer Challenge ในปีที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการตอกย้ำคุณภาพ รสชาติและดีไซน์บรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ชี้แนวโน้มภาพรวมตลาดปี 2561 ปรับตัวดีขึ้น

มร.เอ็ดมอนด์ เนียว คิม ซูน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า “ทั้ง ‘ช้าง’ และ “‘เฟเดอร์บรอย’ มีภาพรวมความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ทั้งจากการได้รับรางวัลจากเวทีประกวดเบียร์ระดับโลก การันตีถึงคุณภาพที่ได้รับการยอมรับ และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค จะเห็นได้จาก 2 เดือนที่ผ่านมามียอดขายเพิ่มขึ้นติดต่อกัน นอกจากนี้ในส่วนของเบียร์ช้างยังคงสามารถครองความเป็นอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค (Top of mind) ถึงสองปีซ้อน จากผลสำรวจของ IPSOS บริษัทวิจัยชั้นนำระดับโลกอีกด้วย

ทั้งนี้ สำหรับทิศทางในการดำเนินธุรกิจปี 2561 เราจะยังคงมีการรุกตลาดด้วยกิจกรรมการตลาดต่างๆ ที่จะช่วยสร้างสีสันและเซอร์ไพรส์ผู้บริโภค พร้อมเสริมแกร่งและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราเชื่อว่าแนวทางในการดำเนินธุรกิจต่างๆ จะช่วยให้เราครองความเป็นที่หนึ่งในใจผู้บริโภคได้ต่อไป พร้อมช่วยผลักดันยอดขายให้ขึ้นเป็นเบียร์อันดับหนึ่งในตลาด ภายในปี 2563 ตามวิสัยทัศน์ 2020 ทั้งนี้ภาพรวมตลาดในประเทศไทยช่วงปีนี้ คาดว่าจะมีความคึกคักยิ่งขึ้นทั้งจากบรรยากาศในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง และกำลังซื้อที่เริ่มฟื้นตัว นอกจากนี้ยังเป็นผลจากการแข่งขันในตลาด ที่ผู้ประกอบการต่างออกมาจัดกิจกรรมและแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาด ซึ่งช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในกลุ่มผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี” มร. เอ็ดมอนด์ กล่าวสรุป


กำลังโหลดความคิดเห็น...