xs
xsm
sm
md
lg

เสนาฯ ผุด 2 โครงการติดตั้งจุดชาร์จรถอีวีในบ้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เสนาฯ เปิดตัว 2 โครงการบ้านพักอาศัยย่านรามอินทรา-วงแหวน นำร่องติดตั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบ้านราคาตั้งแต่ 5-10 ล้านบาท รองรับความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต หลังจากได้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาบ้านและคอนโดฯ รวมแล้ว 300-400 ยูนิต



นางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทนำร่องติดตั้งเครื่องชาร์จรถพลังงานไฟฟ้า (EV Charger) ภายใต้ชื่อ EV ready ให้กับบ้านราคา 5-10 ล้านบาททุกหลังในโครงการที่พักอาศัยของเสนา 2 โครงการ คือ โครงการเสนาพาร์คแกรนด์ รามอินทรา-วงแหวน และโครงการเสนา พาร์ค วิลล์ รามอินทรา-วงแหวน เพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รวมทั้งยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ที่จะมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

โดยโครงการบ้านนำร่องติดตั้งเครื่องชาร์จรถพลังงานไฟฟ้านั้นจะมีการติดตั้งแผงโซลาร์ผลิตไฟฟ้าบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ขนาด 2 กิโลวัตต์ให้อยู่แล้ว และเปิดทางเลือกให้ลูกบ้านเพิ่มการติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อปได้มากกว่านั้นเป็น 3-5 กิโลวัตต์เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการใช้ไฟฟ้าจริง โดยมีต้นทุนกิโลวัตต์ละ 4-5 หมื่นบาท ซึ่งสามารถนำไฟฟ้าจากโซลาร์มาใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าได้ด้วย ซึ่งกรณีที่รัฐจะมีนโยบายรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากโซลาร์รูฟท็อปในอนาคตนั้นก็เป็นสิ่งที่ดี แต่เนื่องจากการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในโครงการเสนาฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เองภายในบ้าน คาดว่าจะเหลือออกมาจำหน่ายไม่มาก

นางเกษรากล่าวว่า ปัจจุบันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในไทยจะยังไม่มาก แต่เชื่อว่าในอนาคต 3-5 ปีข้างหน้าก็น่าจะเพิ่มสูงขึ้น หากลูกบ้านมีความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และต้องการติดตั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจะพบว่ามีความยุ่งยาก เพราะต้องรื้อวางระบบสายไฟใหม่ และต้องจ่ายค่าเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเงินสดหลักแสนบาทในครั้งเดียว แต่สำหรับโครงการเสนาฯ นั้นจะรวมค่าเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไปแล้ว โดยลูกบ้านจะผ่อนจ่ายไปพร้อมกับดอกเบี้ยบ้านเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 700 บาท/เดือน เป็นเวลา 30 ปี เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า

ก่อนหน้านี้บริษัทได้มีการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) ภายในโครงการเสนาฯ ทั้งแนวราบและแนวสูงเพื่อให้บริการลูกบ้านไปแล้ว 5 แห่ง และมีเป้าหมายที่จะขยายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเพื่อให้ครอบคลุมการบริการที่มากขึ้น รวมทั้งยังติดตั้งแผงโซลาร์เพื่อผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ในบ้านจัดสรรแล้ว 300-400 ยูนิต และคอนโดมิเนียมทุกโครงการอย่างต่อเนื่องรวมแล้ว 9 โครงการ

นางเกษรากล่าวต่อไปว่า ในปีนี้บริษัทฯ จะเปิดโครงการใหม่ 18 โครงการ แบ่งเป็น คอนโดฯ 11 โครงการ บ้านเดี่ยว 3 โครงการ และทาวน์โฮม 4 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุน 2.3 หมื่นล้านบาท นับเป็นปีที่มีการเปิดตัวโครงการใหม่สูงกว่าปีก่อนค่อนข้างมากเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจดีและอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายปีนี้อยู่ที่ 10,300 ล้านบาท โดยมีเป้าโอนอยู่ที่ 5,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดขาย 7,000 ล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น...