xs
xsm
sm
md
lg

“ซีพี” ขยายตลาดมะกัน หลัง “ทรัมป์” ปลดล็อก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการรายวัน 360 - “ซีพี” ตอบรับนโยบาย “ทรัมป์” เปิดโอกาสดึงต่างชาติลงทุน ดันบริษัทในเครือคือ “เบลิซิโอ” เป็นหัวหอกรุก พร้อมนำเข้าอาหารแช่แข็ง บอสตันมาร์เก็ต มาขายในไทย พร้อมขยายตลาดเอเชียด้วย

นายบุญชัย โอภาสเอี่ยมลิขิต ประธานธุรกิจ สหรัฐอเมริกา เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะรุกตลาดอเมริกามากขึ้น โดยใช้บริษัทเบลลิซิโอ ฟู้ด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอาหารแช่แข็งรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เข้าไปซื้อกิจการเมื่อปี 2559 ที่ผานมา ด้วยเงินลงทุน 1.075 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นหัวหอกในการรุกขยายธุกริจ

สาเหตุที่ให้ความสำคัญต่อตลาดอเมริกามากขึ้น เป็นผลมาจากกรณีที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีนโยบายเปิดประเทศให้ต่างประเทศเข้าไปลงทุนได้ ด้วยการลดกำแพงภาษีต่างๆ ลงเอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น โดยเตรียมเสนอบอร์ดของบริษัท เบลลิซิโอ ฟู้ด ให้ดำเนินการเพื่อต่อยอดธุรกิจ เบื้องต้นจะนำสินค้าของเครือซีพี เช่น เกี๊ยวกุ้ง บะหมี่ ไปผลิตและจำหน่ายผ่านช่องทางขายเดิมของเบลลิซิโอ ฟู้ด ที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 50,000 จุดในตลาดอเมริกา

“ต้องยอมรับว่าอเมริกาเป็นตลาดที่มีศักยภาพและเป็นตลาดที่ใหญ่มากมีประชากรมากถึง 325 ล้านคน หรือคิดเป็น 5% ของประชากรโลกและมีกำลังการซื้อสูง อีกทั้งยังมีมูลค่าธุรกิจอาหารมากกว่า 5.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งตลาดอาหารแช่แข็งและอาหารกินเล่นเติบโต 4-5% ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือจีดีพีราว 19 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของจีดีพีของโลก” นายบุญชัยกล่าว

นอกจากนั้นยังได้เสริมพอร์ตของบริษัทฯ ด้วยการนำเอาอาหารแช่แข็งแบรนด์ บอสตัน มาร์เก็ต ซึ่งอยู่ในกลุ่มอาหารพรีเมียมของบริษัทเบลิซิโอ เข้ามาทำตลาดในไทยและจะขยายสู่ตลาดเอเชียด้วย ล่าสุดนำเข้าอาหารแช่แข็ง 4 เมนูมาจำหน่ายในไทยเดือน ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา ผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ร้านซีพี เฟรช มาร์ท 200 สาขา และเดือน มี.ค. 2561ขยายไปซูเปอร์มาร์เกต เช่น สยามพารากอน เดอะมอลล์ แม็กซ์แวลู วิลล่ามาร์เก็ต รวมทั้งในร้านอาหารเครือ และยังมีแผนนำเข้าไปจำหน่ายในร้านอาหารในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลี ออสเตรเลีย ด้วย ตั้งเป้าหมายปีแรกมียอดขาย 60-70 ล้านบาท

ปัจจุบันซีพีเอฟดำเนินธุรกิจใน 16 ประเทศ เช่น รัสเซีย จีน อเมริกา และอาเซียน โดยเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้หลักให้ซีพีเอฟ สัดส่วน 65% จากรายได้รวม ส่วนรายได้ในไทยมีสัดส่วน 35% โดยอเมริกาเป็นตลาดที่ทำรายได้สูงที่สุดที่ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามมาด้วย อังกฤษ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ, ญี่ปุ่น 300 ล้านเหรียญสหรัฐ และเยอรมนี 150 ล้านเหรียญ ปีนี้รายได้ซีพีเอฟตั้งเป้าโต 10% เท่ากับปีที่ผ่านมา ขณะที่รายได้ปี 60 ประมาณ 5 แสนล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น...