xs
xsm
sm
md
lg

“ซานตาเฟ่สเต๊ก” รุกแฟรนไชส์ภูธร อัดแคมเปญ “ถี่-แรง” กระตุ้นยอดปี 61

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

สุรชัย ชาญอนุเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคที เรสทัวรองท์ จำกัด ผู้บริหารร้านอาหาร “ซานตาเฟ่ สเต็ก”
ผู้จัดการรายวัน 360 - “ซานตาเฟ่ สเต๊ก” เปิดเกมรุกหนักปี 61 ทุ่ม 150 ล้านบาทปูพรมเปิด 19 สาขา โหมแฟรนไชส์ 16 สาขา อัดแคมเปญใหญ่และถี่ขึ้นกระตุ้นตลาด หวังแก้มือปีที่แล้วโตแค่ 12% เท่านั้น ต่ำกว่าเป้าหมาย มั่นใจปีนี้ตลาดรวมดีขึ้น

นายสุรชัย ชาญอนุเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคที เรสทัวรองท์ จำกัด ผู้บริหารร้านอาหาร “ซานตาเฟ่ สเต๊ก” เปิดเผยว่า แผนธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2561 นี้วางงบประมาณการลงทุนไว้ 150 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายสาขาร้านซานตาเฟ่สเต๊ก รวมทั้งสิ้น 19 สาขา โดยจะเน้นหนักในรูปแบบการขายแฟรนไชส์มากกว่า ประมาณ 16 สาขา และที่เหลืออีก 3 สาขาจะเป็นสาขาของบริษัทฯ

จากปัจจุบันที่มีร้านเปิดบริการรวม 103 สาขาทั่วประเทศแล้ว ซึ่งการเน้นเปิดแฟรนไชส์นั้นจะเน้นในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะหัวเมืองท่องเที่ยวและจังหวัดใหญ่ๆ เพื่อให้การขยายสาขาเป็นไปได้อย่างรวดเร็วกว่าการเปิดเอง อีกทั้งยังง่ายต่อการบริหารจัดการด้วย โดยทางบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายสาขารูปแบบแฟรนไชส์ไว้ประมาณ 65% และสาขาของบริษัทฯ 45% ในอีก 10 ปีจากนี้ จากปัจจุบันสัดส่วนเท่ากัน

นอกจากนั้นแล้ว จะทำการตลาดการส่งเสริมการขายจัดแคมเปญเพิ่มมากขึ้นจากปี 2560 เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายให้เติบโต โดยคาดว่าในปีนี้จะมีการจัดแคมเปญใหญ่ประมาณ 6 ครั้ง หรือเฉลี่ยสองเดือนต่อครั้ง และต้องเป็นแคมเปญที่แรงมีผลต่อยอดขายจริงๆ มากกว่าเดิม 10% เนื่องจากในปีที่ผ่านมา (2560) ยอดขายรวมของบริษัทฯ เติบโตแค่ 12% เท่านั้น จากปี 2559 ที่มีมูลค่า1,500 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้ามหมายอย่างมากที่ตั้งไว้ว่าจะเติบโตในปี 2561 รวม 30%

ทั้งนี้ การที่บริษัทฯ มียอดขายโตต่ำกว่าเป้าหมายก็ยังดีกว่าของตลาดรวมธุรกิจร้านอาหารในปี 2560 ที่ผ่านมาที่ติดลบ 1% จากมูลค่าตลาดรวมประมาณ 300,000 ล้านบาท ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นมูลค่าที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปีนี้ เพราะปัจจัยลบหลายประการ ทั้งกำลังซื้อของผู้บริโภคเองที่ตกลง และเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง

อย่างไรก็ตาม คาดว่าตลาดรวมในปี 2561 นี้มีแนวโน้มที่จะดีขึ้น เนื่องจากภาคการส่งออกที่เติบโตและดีขึ้น ภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่เติบโตเช่นกัน รวมทั้งการลงทุนเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ของรัฐบาล และการเลือกตั้งหากเกิดขึ้นจริงในปีนี้ก็จะยิ่งส่งผลดีเช่นกัน จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นกล้าลงทุนมากขึ้น ทำให้เกิดใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ ส่งผลต่อตลาดร้านอาหารกลับมาเติบโตอีกครั้งไม่ต่ำกว่า 3-5%

“ต้องยอมรับว่านอกจากปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารแล้ว ยังมีผลกระทบมาจากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจนี้เองด้วย จากการที่มีร้านอาหารที่เกิดขึ้นใหม่ๆ จำนวนมากและมีความหลากหลาย แต่ก็มีร้านที่ปิดตัวไปมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งปีที่แล้วร้านอาหารที่เติบโตดีที่สุดจะเป็นกลุ่มร้านอาหารยุโรปที่โตถึง 5% ขณะที่กระแสร้านอาหารเกาหลี ญี่ปุ่น เริ่มซาลงบ้างแล้ว ส่วนอาหารไทยกลับเติบโตน้อย และขายดีเฉพาะเมืองท่องเที่ยวเท่านั้น” นายสุรเดชกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...