xs
xsm
sm
md
lg

รัฐมนตรีพลังงานคนใหม่เร่งภารกิจด่วนประมูล 2 แหล่งก๊าซฯ-โรงไฟฟ้าถ่านหิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“ศิริ จิระพงษ์พันธ์” รมว.พลังงานคนใหม่เข้ากระทรวงวันแรกย้ำภารกิจเร่งด่วน 4 เรื่อง ทั้งหาข้อสรุปการประมูลเอราวัณ-บงกชที่ต้องหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อนชง “ครม.” ต่อไป พร้อมขอเวลา 1 สัปดาห์สรุปปัญหาโรงไฟฟ้าภาคใต้ และเร่งหารือกระทรวงพาณิชย์แก้ปาล์มล้นสต๊อก พร้อมวางนโยบายพลังงานสู่พลังงาน 4.0




นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังการเข้าสักการะพระพรหม ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพลังงาน เมื่อเวลา 06.39 น. ของวันนี้ (1 ธ.ค.) โดยมีนายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพลังงานให้การต้อนรับว่า นโยบายกระทรวงพลังงานที่จะต้องเร่งดำเนินการใน 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1. การดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่พลังงานจะต้องก้าวไปสู่พลังงาน 4.0 2. การประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่จะหมดอายุสัมปทานปี 2565-66 (แหล่งก๊าซฯ เอราวัณ-บงกช) เป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอย่างมากจึงจำเป็นต้องมีความชัดเจนในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ต้องขอเวลาทำความเข้าใจกับหลายๆ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงพลังงาน บมจ.ปตท.ในฐานะรับซื้อก๊าซฯ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะผู้ใช้รายใหญ่ รวมถึงผู้รับสัมปทาน คือ เชฟรอน และ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) และผู้ร่วมทุนเพื่อหาข้อสรุปว่าจะเดินเส้นทางไหนก่อนที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาและนำข้อมูลเสนอต่อสังคมต่อไป

“การประมูลปิโตรเลียมเอราวัณและบงกชเป็นที่รับทราบในวงกว้างทั้งในและต่างประเทศ หากเรายังไม่สามารถสร้างความมั่นใจได้ว่าประเทศไทยมีเส้นทางที่ชัดเจนในเรื่อองของความมั่นคงพลังงาน หรือความไม่มั่นคงด้านพลังงานเพราะความไม่ชัดเจนของสัมปทานที่จะหมดอายุ หากไม่ทำแต่เนิ่นๆ ก็จะส่งสัญญาณที่ผิดว่าเราไม่สามารถบริหารจัดการอนาคตของเรากันเองได้เลย ซึ่งเรามีกรอบเวลาอยู่แล้วและจะหารือกับผู้บริหารกระทรวงในวันนี้เลย” รมว.พลังงานกล่าว

3. ความมั่นคงด้านไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหิน จะได้หารือกับทุกฝ่าย โดยจะขอเวลา 1 สัปดาห์เพื่อที่จะสรุปแนวทางดำเนินการ โดยต้องคำนึงถึงผลกระทบและความปลอดภัยของคนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า แต่ขณะเดียวกันความมั่นคงด้านไฟฟ้าก็มีความสำคัญโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นรายได้หลักของประเทศที่จำเป็นต้องคำนึงถึงด้วย จึงจำเป็นจะต้องนำข้อเท็จจริงมาหารือกันที่จะต้องสร้างความมั่นคงไม่ใช่เพื่อกำไรของกิจการไฟฟ้าแต่เป็นความมั่นคงของเศรษฐกิจประเทศโดยเฉพาะกับคนในภาคใต้เอง

4. กระทรวงพลังงานจะทำงานเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกๆ กระทรวง เช่น สัปดาห์หน้าจะหารือกับกระทรวงพาณิชย์หลังจากที่ทราบว่าสต๊อกปาล์มน้ำมันมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นที่จะดูในเรื่องของสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลที่ขณะนี้เป็น บี 7 ว่าจะดูแลอย่างไรเพื่อที่จะมีส่วนทำให้ราคาปาล์มดิบดีขึ้นอย่างไร เพราะการผลิตปาล์มก็เป็นไปตามฤดูกาลแต่ในแง่ของการผลิตน้ำมันนั้นมีการใช้อยู่ทุกวัน
กำลังโหลดความคิดเห็น...