xs
sm
md
lg

กบร.อนุมัติแผนบริหารห้วงอากาศแห่งชาติ ย้ำมาตรา 44 คุม 12 แอร์ไลน์เพื่อ ICAO มั่นใจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


กบร.มีมติเห็นชอบแผนบริหารห้วงอากาศ เตรียมเสนอ ครม.เล็งดึงโซนด้านความมั่นคงบริหารร่วมพาณิชย์รองรับอุตฯ การบินเติบโตเพื่อเส้นทางบินในอากาศ ลดการบินวนรอ ขณะที่คำสั่ง คสช.ให้อำนาจ กพท.คุมแอร์ไลน์ 12 สายห้ามบินระหว่างประเทศเพื่อความชัดเจน และ ICAO เชื่อมั่นช่วงตรวจปลดธงแดง ด้าน ทย.ลดค่าขึ้น-ลง ค่าจอดเครื่องบินให้ 12 สายการบินสนามบินย่อย

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบในการจัดทำร่างนโยบายห้วงอากาศแห่งชาติเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากกรณีอุตสาหกรรมการบินมีการเติบโตมาก แนวโน้มสายการบินต่างๆ จะบินเข้าสู่เอเชียแปซิฟิกมากขึ้น ขณะที่มีข้อจำกัดเรื่องห้วงอากาศ ซึ่งปัจจุบันเป็นการใช้ร่วมกันทั้งด้านมั่นคง และเศรษฐกิจ จึงต้องทำแผนเพื่อให้การบริหารมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และเป็นไปตามองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ต้องการให้มีการบริหารการจัดจราจรทางอากาศ

ส่วนมาตรการช่วยเหลือสายการบินที่อยู่ระหว่างขอใบรับรองการเดินอากาศใหม่ (Re-AOC) ทาง กพท.ขอความร่วมมือไปยังกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ซึ่งได้สรุปใน 3 เรื่อง เพื่อให้สายการบินสามารถทำการบินในประเทศได้ตั้งแต่บัดนี้ไปถึงวันที่ 31 ม.ค. 61 ในระหว่างที่ยังไม่ได้รับ AOC ใหม่ ซึ่งมี 12 สาย พร้อมทั้งจะมีการปรับตารางเวลาในการเร่งรัดกระบวนการตรวจสอบเพื่อผ่านการรับรองได้ Re-AOC

นายอาคมกล่าวถึงกรณีคำสั่ง คสช. มาตรา 44 ห้ามสายการบินที่ยังไม่ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ให้หยุดบินหลังจากวันที่ 1 ก.ย. 2560 นี้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขของ ICAO ในระหว่างที่จะเข้ามาตรวจสอบซ้ำ (ICVM) ซึ่งขณะนี้ออกใบรับรองแล้ว 9 สายการบินที่ได้ใบ AOC ใหม่แล้ว ดังนั้นเพื่อความมั่นใจว่าจะไม่บินในเส้นทางระหว่างประเทศ จึงมีคำสั่ง คสช.ให้อำนาจ กพท.สั่งหยุดบินในช่วงระยะสั้นๆ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของประเทศ และเพื่อความมั่นใจของ ICAO

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวว่า กรณีต้องมีคำสั่ง คสช.ห้ามสายการบิน 12 สายหยุดบินระหว่างประเทศ เนื่องจากข้อกฎหมายไม่ชัดเจน 100% ในการสั่งให้สายการบินหยุดบิน จึงอาศัยคำสั่ง คสช.ให้อำนาจ กพท.สั่งให้หยุดบินได้ แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า 12 สายการบินที่ยัง Re-AOC ไม่แล้วเสร็จจะเป็นสายการบินที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ปลอดภัย ทุกสายการบินยังคงมีมาตรฐาน เพียงแต่เป็นการระงับบินตามเงื่อนไข ICAO โดยยังสามารถขอทำการบินในเส้นทางภายในประเทศได้

สำหรับมาตรการช่วยเหลือสายการบินที่ยังไม่ได้รับ Re-AOC สำหรับสนามบินของ ทย. ได้แก่ 1. ลดค่าธรรมเนียมที่เก็บอากาศยาน (Parking Fee) 50% และหากจอดนานจะไม่คิดอัตราก้าวหน้า 2. กรณีบินในสนามบินย่อยของ ทย.ที่มีผู้โดยสารไม่เกิน 2 แสนคนจะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมในการขึ้น-ลงอากาศยาน (Landing Fee) เป็นขั้นบันได 3 ปี โดยบินมากจะลดมาก ตั้งแต่อัตรา 50% 65% และ 80% และลดค่าเช่าสำนักงาน 50% เป็นเวลา 3 ปี

3. กรณีสนามบินระหว่างประเทศของ ทย.ลดอัตรา 50-65-80% ลดค่าเช่าสำนักงาน 50% และลดค่าธรรมเนียมผู้โดยสาร (PSC) 50% ใน 3 ปีข้างหน้า เพื่อช่วยสนามบินของ ทย.มีเที่ยวบินมากขึ้น ซึ่งมองว่าจะมีสายการบินไปใช้ เช่น สนามบินหัวหิน บินจากต่างประเทศ เป็นต้น

สำหรับคำสั่งหัวหน้า คสช. ออกมาตรา 44 ให้อำนาจสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยสั่งห้ามบริษัท องค์กรที่ไม่ได้รับใบอนุญาตการเดินอากาศนั้น ให้ระงับการเดินอากาศ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560-31 มกราคม 2561 เพื่อให้สอดคล้องกับคำแนะนำ และการจะตรวจสอบมาตรฐานการบินของ ICAO ที่จะเดินทางมาตรวจในวันที่ 20-27 กันยายนนี้

ทั้งนี้ สายการบินที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ 12 สายการบิน ได้แก่

1. บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด 2. บริษัท โอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ จำกัด 3. บริษัท ไทยเวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต๊อค จำกัด 4. บริษัท เค-ไมล์ แอร์ จำกัด 5. บริษัท เจ็ท เอเชีย แอร์เวย์ จำกัด 6. บริษัท เอซี เอวิเอชั่น จำกัด 7. บริษัท สยามแลนด์ ฟลายอิ้ง จำกัด 8. บริษัท เอเชีย แอทแลนติก แอร์ไลน์ จำกัด 9. บริษัท วีไอพี เจ็ทส์ จำกัด 10. บริษัท เอช เอส เอวิเอชั่น จำกัด 11. บริษัท แอ็ดวานซ์ เอวิเอชั่น จำกัด 12. บริษัท สกาย วิว แอร์เวย์ จำกัด

นายจุฬากล่าวว่า คาดว่าภายในเดือนกันยายน 2560 สายการบินเอ็มเจ็ทจะผ่านรับใบรับรองเดินอากาศใหม่ ในเดือนตุลาคม 2560 จะออกใบรับรองการเดินอากาศใหม่อีก 4 สายการบิน ประกอบด้วย สายการบินเค-ไมล์แอร์, สายการบินโอเรียนท์ไทยแอร์ไลน์, สายการบินไทยเวียตเจตแอร์ จอยท์ สต๊อค และสยามแลนด์ฟลายอิ้ง สำหรับเดือนพฤศจิกายน คาดว่าสายการบินเอเชีย เอวิเอชั่น ทั้งนี้ ตั้งกรอบระยะเวลาว่า กพท.จะสามารถทยอยตรวจและออกใบรับรองการเดินอากาศใหม่ได้หมดภายในวันที่ 31 มกราคม 2561

สำหรับนโยบายห้วงอากาศเป็นการจัดสรรน่านฟ้าเป็นการจัดระบบห้วงอากาศให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งปกติจะมีบางโซนที่สงวนไว้ไม่สามารถบินได้เพราะเป็นเขตความมั่นคง บางโซนจำกัด ให้ใช้ในบางฤดูกาล เป็นต้น ดังนั้นนโยบายจะดูโซนที่ไม่ได้หวงห้ามชัดเจน ให้สามารถปรับใช้ได้ กรณีไม่ได้ใช้ในด้านความมั่นคง สามารถนำมาบริหารจัดการด้านการบินได้เพื่อเพิ่มเส้นทางการบินในห้วงอากาศมากขึ้น โดยจะมีกลไกในการบริหารเพื่อรองรับตลาดการบินที่โต ควรมีถนนบนอากาศเพิ่มเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการบินวนรอนาน
ข่าวอื่นในหมวด
กำลังโหลดความคิดเห็น...