xs
xsm
sm
md
lg

การผูกขาดการค้าสารเคมีเกษตร ฤทธิ์เดชนักการเมืองพันธุ์พิเศษ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สารเคมีเกษตร 4,000 คำขอ ที่รอขึ้นทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตร เป็นประเด็นร้อนได้อย่างไร?

แถมยังชวนให้หลงทางไม่เห็นเนื้อแท้เบื้องหลังผลประโยชน์มหาศาลจากการผูกขาดการค้าสารเคมีเกษตรมูลค่าปีละนับหมื่นล้านบาท

ก่อนปี 2551 มีสารเคมีเกษตรขึ้นทะเบียนประมาณกว่า 20,000 ชื่อการค้า เกิดมีเสียงวิจารณ์ว่า ชื่อการค้ามีมากเกิน ลงท้ายว่า ต้องปฏิรูปกันหน่อยละจึงเป็นที่มาของ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2551 ที่มีผลบังคับใช้กลางปี 2554

กรมวิชาการเกษตรเป็นแม่งาน ภายใต้การออกแบบกฎหมายอย่างแยบยล เตะหมูเข้าปากหมา โดยหวังผูกขาดคุมตลาดการค้าสารกำจัดศัตรูพืช อยู่ในมือของกลุ่มบริษัทที่มีนักการเมืองชื่อดังคอยชักใยอยู่ข้างหลัง

การออกแบบ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2551 จึงสร้างกำแพงกีดกันบริษัทอื่นๆ ทั้งบริษัทรายใหญ่ด้วยกัน ไม่ต้องนับบริษัทรายกลางและรายเล็กที่ต้องเผชิญปัญหาทุนรอนที่ใช้ในการขึ้นทะเบียน เพราะต้องมีกระบวนการทดสอบพิษ ทดสอบประสิทธิภาพ โดยจำกัดหน่วยงานตรวจสอบด้วย โดยมุ่งให้ใช้บริการบริษัทห้องปฏิบัติการกลางการเกษตร (ประเทศไทย) หรือเซ็นทรัลแล็บที่ขาดทุนมหาศาลให้มีรายได้เป็นกอบเป็นกำสำคัญ จนผู้ประกอบการเอกชนทนไม่ไหวลุกขึ้นฟ้องร้อง กรมวิชาการเกษตรต้องผ่อนปรนเงื่อนไข

บริษัทที่มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังนั้น จากบริษัทเล็กๆ แตกลูกข่าย 4-5 บริษัท โตเอาๆ ผิดหูผิดตานับแต่พรรคการเมืองพันธุ์พิเศษเข้าคุมกรมวิชาการเกษตรยาวนาน 3 ทศวรรษ กฎหมายฉบับนี้จึงเท่ากับเสริมส่งให้เครือข่ายนี้ใหญ่โตมากขึ้น คุมตลาดมากขึ้น สารเคมีเกษตรบางตัวที่ต้องขึ้นทะเบียนใหม่ บริษัทต่างชาติที่เคยเป็นเจ้าของสิทธิเครื่องหมายการค้าเดิมยังขึ้นทะเบียนไม่ได้ แต่บริษัทเครือข่ายนักการเมืองกลับขึ้นทะเบียนได้อย่างน่าอัศจรรย์

จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 กลุ่มบริษัทการเมืองได้รับการขึ้นทะเบียนรวมแล้วมากที่สุด รวมจำนวนจากหลายบริษัทในเครือข่ายแล้ว มากกว่าบริษัทที่ได้ชื่อว่าขึ้นทะเบียนสารกำจัดศัตรูพืช อันดับ 1 ด้วยซ้ำ

ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรคนใหม่ เป็นข้าราชการบ้านนอกมาตลอด จับพลัดจับผลูเข้ากรุงส่วนกลางได้ไม่นาน และเมื่อได้ขึ้นเป็นอธิบดีก็ด้วยอาการจับพลัดจับผลู หัวเดียวกระเทียมลีบ จึงเป็นละอ่อนท่ามกลางสารพัดอาวุธทิ่มแทงเลื่อยขาเก้าอี้ได้ทุกวัน

ขนาดอดีตอธิบดีคนหนึ่งประกาศก้องที่เซ็นทรัลแล็บว่า จะย้ายอธิบดีสุวิทย์ภายใน 6 เดือน แล้วเอาคนของตัวเสียบแทน เป็นอหังการ์ที่เชื่อมั่นในพลังการเมืองและขุมข่ายข้าราชการที่มีอยู่อย่างยิ่ง

การขึ้นทะเบียนสารกำจัดศัตรูพืชนั้น ต้องมีการยื่นขอ และพิจารณาตามลำดับก่อนหลัง แต่คิวก็ถูกแทรกจากบริษัทนักการเมือง ไม่ก็ต้องวิ่งเต้นจ่ายเงินทอง จนบริษัทอื่นๆ ร้องระงมว่า มีการลัดคิว แต่กรมฯ ในยุคผ่านๆ มา หูหนวก ตาบอด
แม้กระทั่ง ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีคนใหม่ก็เถอะ หากไม่ใช่เพราะ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีที่คุม พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการขออนุญาตจากทางราชการ พ.ศ.2558 กระโดดลงมาคุมเรื่องนี้โดยตรงและเกาะติดปัญหาโดยตลอด หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนความไม่ชอบมาพากล

ก่อนหน้า ดร.สุวิทย์ มาเป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตรเมื่อปลายปี 2559 ก็ยังไม่รู้จะทำได้แค่ไหนอย่างไร เพราะเครือข่ายนักการเมืองในกรมวิชาการเกษตรขวางทะมึนเป็นแผง

คำขอ 4,000 คำขอสงบนิ่งมาเป็นปี ไปทวงถามก็บอกยังไม่ถึงคิวๆ พอถึงคิวก็บอกว่า ขึ้นทะเบียนมามากพอแล้ว ฯลฯ ก็ต้องปฏิวัติโดยด่วน จนต้องโยกย้ายข้าราชการที่เป็นปัญหาออกไป

ที่ผ่านมาประชุมพิจารณาคำขอเดือนละ 1 ครั้งๆ ละ 40-50 ตัว ต้องใช้เวลา 80-100 เดือนถึงจะหมด ผู้ประกอบการบางคนต้องเปลี่ยนไปขายอย่างอื่นแทน หรือไม่ก็ไปขอซื้อยี่ห้อและสารกำจัดศัตรูพืช

จากบริษัทที่ได้ขึ้นทะเบียนไปขาย เท่ากับทำตลาดให้คนอื่นเปล่าๆ บริษัทที่ได้ขึ้นทะเบียนมากๆ ก็รวยเอาๆ โดยไม่ต้องเหนื่อยมาก

เมื่อ 4,000 คำขอเป็นโจทย์จากการปฏิบัติการที่ไม่เป็นธรรมของกรมวิชาการเกษตรเอง ดร.สุวิทย์ ก็ต้องมีคำตอบให้รองนายกฯ ดร.วิษณุ เครืองาม ว่าจะคืนความเป็นธรรมเสร็จเมื่อไหร่ จึงเป็นที่มาที่ต้องพิจารณากันทุกสัปดาห์ กระนั้นต้องใช้เวลานานร่วม 2 ปีทีเดียว

คนทำธุรกิจเหล่านั้นต้องล้มหายตายจาก แล้วปล่อยเวทีให้ผูกขาดการค้าสารกำจัดศัตรูพืชก็หนนี้

ในอีกด้าน ข้าราชการระดับสูงเครือข่ายนักการเมืองก็ไปเปิดธุรกิจตามกรมอื่นๆ อย่างน้อย 2 กรม คือกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยจัดประมูลซื้อสารกำจัดศัตรูพืชและคนที่ได้รับประโยชน์เต็มๆ คือบริษัทเครือข่ายนักการเมืองที่เข้าไปผูกขาดการค้าอย่างแยบยลนั่นเอง

การเปิดรายชื่อบริษัทที่ได้รับการขึ้นทะเบียน การเปิดรายชื่ออธิบดีกรมวิชาการเกษตรที่อนุญาตขึ้นทะเบียน ของกลุ่มไทยแพน น่าจะเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นความไม่ชอบมากล ที่รัฐบาลนี้น่าจะเข้าตรวจสอบอย่างจริงจัง และจัดการกับปัญหาเน่าเฟะนี้เสียที
กำลังโหลดความคิดเห็น...